วิกฤตอีกรอบ ฝุ่น PM 2.5 เริ่มพุ่งเกินมาตรฐาน

วิกฤตอีกรอบ ฝุ่น PM 2.5 เริ่มพุ่งเกินมาตรฐาน

วิกฤตอีกรอบ ฝุ่น PM 2.5 เริ่มพุ่งเกินมาตรฐาน

รูปข่าว : วิกฤตอีกรอบ ฝุ่น PM 2.5 เริ่มพุ่งเกินมาตรฐาน

กรมควบคุมมลพิษ ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในกทม. อยู่ที่ 48-67 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐาน 4 สถานี คือ เขตวังทองหลาง ถ.พระราม 4 เขตปทุมวัน ถ.อินทรพิทักษ์ และ ถ.ลาดพร้าว เนื่องจากอากาศเย็นลงและมีความชื้นสูงทำให้ฝุ่นละอองมีโอกาสสะสมเพิ่มขึ้น

วันนี้ (3 ก.พ.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุณี ปิยะพันธ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษ ได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครวันนี้ พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 48-67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใน 4 สถานี คือ บริเวณแขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ 59 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน 58 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ริมถนนอินทรพิทักษ์ 67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และริมถนนลาดพร้าว เขตทองหลาง 54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกพื้นที่


ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีเมฆเป็นส่วนมาก และอากาศเย็นในตอนเช้า มีความชื้นสูง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองมีโอกาสสะสมเพิ่มขึ้นได้ โดย คพ.จะเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งให้ประชาชนรับทราบเพื่อได้ป้องกันและดูแลตนเองไม่ให้ได้รับผลกระทบ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายภายนอกอาคาร บุคคลทั่วไปโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน หากเป็นไปได้ควรใส่หน้ากากอนามัยก่อนออกจากอาคาร และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนกำกับดูแลกิจกรรมต่างๆที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ ทั้งการเผา การก่อสร้าง การใช้ยานพาหนะ เพื่อช่วยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้

 

กลับขึ้นด้านบน