ทะลุ 20,000 ชื่อ แคมเปญ “บอยคอต บ.อิตาเลียนไทยฯ” ปมล่าสัตว์ป่า

ทะลุ 20,000 ชื่อ แคมเปญ “บอยคอต บ.อิตาเลียนไทยฯ” ปมล่าสัตว์ป่า

ทะลุ 20,000 ชื่อ แคมเปญ “บอยคอต บ.อิตาเลียนไทยฯ” ปมล่าสัตว์ป่า

รูปข่าว : ทะลุ 20,000 ชื่อ แคมเปญ “บอยคอต บ.อิตาเลียนไทยฯ” ปมล่าสัตว์ป่า

สังคมออนไลน์ร่วมลงชื่อผ่าน change.org "บอยคอตบริษัทอิตาเลียนไทย" ทะลุ 20,000 คน จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาผิด มาตรฐานเดียวกันกับคดีหาของป่าหรือล่าสัตว์อื่นๆ เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคม

วันนี้ (7 ก.พ.2561) จากกรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ถูกควบคุมตัวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะตั้งแคมป์พักภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมของกลางซากเสือดำที่ถูกชำแหละและถลกหนัง อาวุธปืนและเครื่องกระสุน อีกจำนวนมาก ขณะที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เอาผิด 6 ข้อหาหนัก แต่นายเปรมชัยยังให้การปฏิเสธ

นำมาซึ่งการรณรงค์เพื่อลงชื่อผ่านทาง www.change.org ในหัวข้อ "ร่วมกันบอยคอตบริษัทไทยอิตาเลียน คดีล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวรของประธานบริษัท 6 ข้อหา" ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้ว 22,233 คน จากที่ต้องการทั้งหมด 25,000 คน โดยระบุข้อความว่า

"เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ ถูกจับได้พร้อมหลักฐานและของกลาง โทษตามกฏหมายมีความผิดอุกฉกรรจ์ การกระทำของนายเปรมชัยและคณะ มิควรถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเพียงอย่างเดียว เพราะนี่เป็นการใช้อำนาจที่มีอิทธิพลเข้าไปล่าสัตว์อย่างอุกอาจย่ามใจ

บริษัทอิตาเลียนไทยควรแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในเรื่องนี้ รวมถึงหน่วยงานรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรกดดันบอยคอตการดำเนินงานกับบริษัทนี้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคมต่อไป

การรณรงค์นี้ยังช่วยเป็นเสียงสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบ ทำคดีได้อย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา ปราศจากแรงกดดันจากอำนาจและอิทธิพลที่เข้ามาคุกคามอีกด้วย"

อีกแคมเปญรณรงค์ในประเด็นใกล้เคียงกันคือ "การดำเนินคดีกับผู้ล่าสัตว์ในเขตอุทยานฯ ต้องโปร่งใสและมีมาตรฐานเดียวกันทุกคดี" ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 12,915 คน โดยระบุข้อความว่า

"กลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าไปล่าสัตว์ และพบซากของสัตว์ป่า (เสือดำ) บริเวณเต็นท์ที่พัก ในเขตพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การ UNESCO

กลุ่มบุคคลดังกล่าว ยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีตำแหน่งใหญ่โตมีหน้ามีตาในสังคม ประชาชนหลายคนจึงกังวลเรื่องความโปร่งใสในการทำคดี ว่าอาจจะไม่มีมาตรฐานเดียวกัน กับคดีหาของป่าหรือล่าสัตว์ ที่เคยเป็นคดีในกระแสสังคมก่อนหน้านี้"

นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีกับกลุ่มดังกล่าว ในหัวข้อ  "ดำเนินคดีดังกล่าวให้ถึงที่สุด โดยความชอบธรรม" เช่นเดียวกัน ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 388 คน โดยระบุข้อความท่อนหนึ่งว่า 

"ทางเราจะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์ครั้งนี้"

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน