ปิดเทอม เตือนเด็กเสี่ยง "จมน้ำ" เสียชีวิตยกกลุ่ม

ปิดเทอม เตือนเด็กเสี่ยง "จมน้ำ" เสียชีวิตยกกลุ่ม

ปิดเทอม เตือนเด็กเสี่ยง "จมน้ำ" เสียชีวิตยกกลุ่ม

รูปข่าว : ปิดเทอม เตือนเด็กเสี่ยง "จมน้ำ" เสียชีวิตยกกลุ่ม

กรมควบคุมโรค เตือนผู้ปกครองดูแลเด็กใกล้ชิด ระวังเด็กจมน้ำจากการชวนไปเล่นน้ำเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมนี้ข้อมูลปี 2560 พบเหตุการณ์ที่เด็กจมน้ำเสียชีวิตตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมากถึง 15 ครั้ง หรือร้อยละ 71.4 แนะสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยง ฝึกทักษะเด็กให้เอาชีวิตรอด

วันนี้ (12 ก.พ.2561) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่เด็กนักเรียนหญิงในจังหวัดปราจีนบุรี จมน้ำเสียชีวิตพร้อมกัน 3 คนจากที่ไปเล่นน้ำ 5 คน บริเวณสระน้ำภายในหมู่บ้านนั้น พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกลุ่มนักเรียนหญิง อายุ 9-12 ปี ได้ชวนกันไปเล่นน้ำที่สระน้ำในหมู่บ้าน เนื่องจากโรงเรียนหยุดเรียน ส่วนใหญ่เด็กว่ายน้ำไม่เป็น ขณะเล่นน้ำเกิดลื่นไถลลงในบ่อน้ำและพยายามจะช่วยเหลือกัน เพื่อนที่ว่ายน้ำเป็นได้ว่ายไปเกาะขอนไม้ขึ้นฝั่งได้ จากนั้นได้นำไม้ไผ่ที่อยู่ข้างขอบสระน้ำมาให้เพื่อนจับและช่วยขึ้นมาจากน้ำมาได้ 1 คน ส่วนเพื่อนอีก 3 คน จมน้ำเสียชีวิต 

กรมควบคุมโรค ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีการช่วยเหลืออย่างถูกต้องและถูกวิธี 1 คน โดยการยื่นไม้ช่วย  อย่างไรก็ตามทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานพื้นที่เพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับรายงาน และดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว

ปี 2560 พบ 15 เหตุการณ์จมน้ำหมู่เสียชีวิต

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมและกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งในช่วงดังกล่าวนี้จะพบเด็กจมน้ำเสียชีวิตตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลการเฝ้าระวังเหตุการณ์ของกรมควบคุมโรค ในปี 2560 พบเหตุการณ์จมน้ำเสียชีวิต 33 เหตุการณ์ เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึง 21 เหตุการณ์ และมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปถึง 15 เหตุการณ์ หรือร้อยละ 71.4 โดยสาเหตุหลักเกิดจากการชวนกันไปเล่นน้ำเป็นกลุ่ม และเด็กขาดทักษะเอาชีวิตรอดในน้ำ และการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ส่วนสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่อยู่ในชุมชน เช่น สระเก็บน้ำ บ่อขุดเพื่อการเกษตร ฝายทดน้ำ อ่างเก็บน้ำ ซึ่งแหล่งน้ำส่วนใหญ่ไม่มีการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยง เช่น การปักป้ายเตือน การกั้นรั้ว การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำ


ทั้งนี้ เด็กจมน้ำยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี 2560 มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตถึง 708 คน โดยพบมากสุดในช่วงปิดเทอม 3 เดือน (มีนาคม–พฤษภาคม) และเกือบครึ่งเป็นกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปีมากที่สุด และช่วงนี้ใกล้จะปิดเทอมแล้ว

กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำให้ทุกชุมชนดำเนินการ ดังนี้ 1.สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน 2.เฝ้าระวังและแจ้งเตือนในชุมชน เช่น ประกาศเสียงตามสาย คอยตักเตือนเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำตามลำพัง 3.จัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เช่น สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือน จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง (ถังแกลลอนเปล่าผูกเชือก ขวดน้ำพลาสติกเปล่า ไม้) และ 4.สอนให้เด็กรู้จักแหล่งน้ำเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับผู้ปกครองควรเตือนเด็กและสอนให้เด็กเรียนรู้กฎความปลอดภัยทางน้ำ เช่น ไม่เล่นใกล้แหล่งน้ำ รู้จักประเมินแหล่งน้ำ เช่น ความลึก ความตื้น และกระแสน้ำ 

โดย ขอฝากถึงประชาชน ผู้ปกครอง และเด็กๆ หากพบเห็นคนตกน้ำไม่ควรกระโดดลงไปช่วย เพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ แต่ขอให้ช่วยด้วยการใช้มาตรการ “ตะโกน โยน ยื่น” ได้แก่ 1.ตะโกน คือ การเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วยและโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 2.โยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และ 3.ยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

กลับขึ้นด้านบน