“บ.ก.ข่าวไทยพีบีเอส” แจ้งความเว็บไซต์ตัดต่อภาพขายสินค้าออนไลน์

“บ.ก.ข่าวไทยพีบีเอส” แจ้งความเว็บไซต์ตัดต่อภาพขายสินค้าออนไลน์

“บ.ก.ข่าวไทยพีบีเอส” แจ้งความเว็บไซต์ตัดต่อภาพขายสินค้าออนไลน์

รูปข่าว : “บ.ก.ข่าวไทยพีบีเอส” แจ้งความเว็บไซต์ตัดต่อภาพขายสินค้าออนไลน์

บรรณาธิการและผู้ดำเนินรายการ ที่นี่ไทยพีบีเอส นำหลักฐานภาพที่ถูกตัดต่อแอบอ้างขายสินค้าผ่านเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กหลายเพจ เข้าแจ้งความต่อ บก.ปอท.ให้ดำเนินการตรวจสอบ

น.ส.ณัฐฐา โกมลวาทิน บรรณาธิการและผู้ดำเนินรายการ ที่นี่ไทยพีบีเอส นำหลักฐานภาพที่ถูกตัดต่อระหว่างดำเนินรายการโดยเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และเพจเฟซบุ๊ก 6 เพจ พร้อมนำไปเผยแพร่เพื่อโฆษณาขายสินค้าหลายรายการ และแชร์ต่อในเว็บไซต์ยูทูป จนมีประชาชนเข้ามาสอบถาม เพื่อซื้อสินค้าจำนวนมาก จึงได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีต่อผู้แอบอ้าง และยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หรือสินค้าดังกล่าว


น.ส.ณัฐฐา เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจหลังทราบว่ามีการเผยแพร่โฆษณา แต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เมื่อมีคนที่หลงเชื่อและสนใจสินค้าสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านชื่อรายการและชื่อช่องโทรทัศน์ หากผู้ใดถูกกระทำในลักษณะเดียวกันนี้ ควรรีบแจ้งความไว้ก่อน แต่การเอาผิดอาจทำได้ยาก เนื่องจากมีการจดทะเบียนเว็บไซต์ที่ต่างประเทศ และเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตลอดเวลา คงต้องรอทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนต่อไป


การมาแจ้งความในวันนี้ เพื่อจะบอกแก่ประชาชนว่าไทยพีบีเอสและตัวดิฉันเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าเหล่านี้โดยสิ้นเชิง เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังในการซื้อของทางออนไลน์และมีการตรวจสอบมากขึ้น


ด้าน พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รองผู้บังคับการ บก.ปอท. ระบุว่า กรณีนี้เกิดความเสียหาย ทั้งตัวบุคคลที่ถูกตัดต่อภาพ แล้วถูกนำไปโพสต์ และช่องโทรทัศน์ที่ถูกนำโลโก้ไปแอบอ้าง เบื้องต้นตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว พบว่า จดทะเบียนอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 หลังจากนี้จะสืบสวนหาที่มาของเว็บไซต์และผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม


ส่วนนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด กล่าวว่า การจะเอาผิดในกรณีนี้เป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากอาจเป็นการจ้างโฆษณา แต่ไม่ทราบว่าต้นตอของบริษัทอยู่ที่ใด ซึ่งอาจจะสามารถเล่นงานบริษัทที่ผลิตสินค้านั้น ๆ แทนในฐานสมคบคิดกัน หากไม่สามารถค้นหาต้นตอเว็บไซต์ได้ ซึ่งคาดว่าคนไทยเป็นผู้จ้างวานเว็บไซต์ต่างประเทศในการโฆษณา เพื่อให้ความผิดเกิดนอกอาณาจักร ซึ่งยี่ห้อสินค้าอาจเป็นตัวชี้เป้าว่าใครเป็นผู้กระทำผิดได้


ขณะที่เพจดังกล่าวกระทำการในลักษณะนี้มาตั้งแต่ช่วงปลายที่ผ่านมา และยังโพสต์โฆษณาอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าชิ้นล่าสุด โพสต์เมื่อต้นเดือน ก.พ. ซึ่งนอกจากรายการที่นี่ไทยพีบีเอสแล้ว ผู้ประกาศข่าวและรายการอื่น ๆ ในหลายช่องถูกแอบอ้างและกระทำการในลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีกจำนวนมาก


ทั้งนี้หากผู้ใดตัดต่อภาพและทำให้ผู้อื่นเสียหาย จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่นและภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

นักข่าวไทยพีบีเอสถูกละเมิดสิทธิ์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

 

กลับขึ้นด้านบน