"กรมที่ดิน” ชี้แนวเขตตระกูลกรรณสูต รุกป่าภูเรือ

"กรมที่ดิน” ชี้แนวเขตตระกูลกรรณสูต รุกป่าภูเรือ

"กรมที่ดิน” ชี้แนวเขตตระกูลกรรณสูต รุกป่าภูเรือ

รูปข่าว : "กรมที่ดิน” ชี้แนวเขตตระกูลกรรณสูต รุกป่าภูเรือ

กรมที่ดิน ร่วมกับ กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ชี้แนวเขตการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในเขตป่าสงวนในเขตอ.ภูเรือ จ.เลย ของบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล หลังจากผู้ว่าฯเลยตั้ง 2 ข้อหาบุกรุกป่า และนำที่ดินสวมขอโฉนดใหม่

ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าในอ.ภูเรือ ของบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเชื่อมโยงกับนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาในคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยพบออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบกว่า 6,000 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูหมี ป่าภูขี้นาค และป่าภูเปือย อ.ภูเรือ จ.เลย  

วันนี้ (19 ก.พ.2561) เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ จะลงพื้นที่เพื่อชี้แนวเขตการออกเอกสารสิทธิ์ และพื้นที่ครอบครองที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการรังวัด รวบรวมแปลงรูปที่ดินมาเพื่อตรวจสอบแล้ว และมีการบินสำรวจโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อถ่ายภาพและหาหลักฐานเพิ่มเติม

สำหรับวันนี้ เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จะนำชี้แนวเขตพื้นที่ที่มีการนำไปออกเอกสารสิทธิ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อขึ้นรูปแปลง ซึ่งส่วนนี้มีข้อมูลพอสมควรแล้ว และยังมีพื้นที่ครอบครองที่มีไม่เอกสารสิทธิที่จะต้องรังวัดนำมาขึ้นรูปแปลง เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีจำนวนพื้นที่ ที่ถูกบุกรุกกินอาณาเขตเท่าใด

 



ด้านนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ถือครองที่ดินดังกล่าวแล้วที่สถานีตำรวจภูธรภูเรือ โดยได้มีการตั้งข้อหาไว้ 2 ข้อ ในประเด็นเรื่องที่ดิน 6,000 ไร่ ที่ได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ แต่เชื่อได้ว่าหลังเพิกถอนยังมีการลอบเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดังกล่าวอยู่ ตั้งข้อหา บุกรุก

และประเด็นเรื่องที่ดิน 6 ไร่ ที่เข้าข่ายทับซ้อนกับที่ดินที่เพิกถอนโฉนดไปแล้ว พบว่า มีการนำเอาที่ดินดังกล่าวมาสวมเพื่อขอออกเอกสารใหม่ เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหานำเอาที่ดินที่ไม่ใช่ของตนมาออกเอกสารสิทธิ์ ส่วนการดำเนินคดีนั้น ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยจะต้องมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อนำมาเทียบเคียงกับแผนที่ รวมถึงเก็บหลักฐานด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจากนี้ไปคงต้องขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 





กลับขึ้นด้านบน