สั่งสอบ "หมวดมานัส" พัวพันธุรกิจสีเทา

สั่งสอบ "หมวดมานัส" พัวพันธุรกิจสีเทา

สั่งสอบ "หมวดมานัส" พัวพันธุรกิจสีเทา

รูปข่าว : สั่งสอบ "หมวดมานัส" พัวพันธุรกิจสีเทา

"พล.ต.อ.ศรีวราห์" เผย "พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ" ตรวจสอบ "ร.ต.ต.มานัส" พัวพันธุรกิจสีเทา ระบุทิ้งงานไปต่างประเทศ 96 ครั้ง ความผิดชัดเจน ด้านผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 สั่งพักงาน “ร.ต.ต.มานัส” รอผลสอบวินัย

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ปรากฎภาพตำรวจในเครื่องแบบ เข้าแถวรับซองอั่งเปาจากชายคนหนึ่งในเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าผู้ที่แจกอั่งเปา คือ ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ รองสารวัตรกองบังคับการตำรวจสันติบาล 4 ปฎิบัติหน้าที่นายตำรวจอารักขา พล.ต.อ.ไพศาล เชื้อรอด อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) ผบ.ตร.

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง.ผบ.ตร.) กล่าวว่า ได้มีคำสั่งด่วนที่สุด ถึง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) ให้สอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องในเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่ข้าราชการตำรวจประพฤติตัวไม่สมควร ตรวจสอบขยายผลการกระทำผิดวินัยร้ายแรงของ ร.ต.ต.มานัส หลังพบว่าเมื่อปี 2559 ได้ละทิ้งราชการ เดินทางเข้าออกราชอาณาจักรถึง 96 ครั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา อันเป็นการประพฤติตนไม่สมควร นั้น พล .ต.ต.นพดล ศรสำราญ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 มีหนังสือคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว รวมทั้งมีคำสั่งให้พักราชการ ร.ต.ต.มานัส เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.เป็นต้นไป

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การแจกอั่งเปาจะผิดหรือไม่ผิดตนไม่ขอตอบ แต่การละทิ้งการปฏิหน้าที่เดินทางไปต่างประเทศโดยไม่แจ้งถึง 96 ครั้ง เป็นความผิดชัดเจนตนถามไปทางต้นสังกัดว่าเป็นการเดินทางออกไปต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละทิ้งหน้าที่ ซึ่งโดยปกติถ้าละทั้งเกิน 15 วัน ก็ไล่ออกแต่กรณีนี้น่าจะไม่ได้ละทิ้งต่อเนื่องหลายวัน ส่วนกรณีพัวพันกับธุรกิจสีเทาหรือไม่นั้น การตรวจสอบขยายผลเป็นหน้าที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านงานป้องการปราบปราม 

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเบื้องต้นได้รับรายงานว่า เป็นการให้ซองตามธรรมเนียมของวันตรุษจีนของ ร.ต.ต.มานัส ลักษณะพี่ให้น้อง ที่เปิดบ้านทำบุญเลี้ยงพระเป็นประจำทุกปี โดยมีข้าราชการตำรวจสังกัด กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) ประมาณ 60 คน รับซอง โดยในซองมีทั้งผ้ายันต์และเงินสดประมาณ 500 บาท ซึ่งตามกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ข้าราชการมีสิทธิ์รับของขวัญหรือเงินสดได้ไม่เกิน 3,000 บาท

ขณะที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งห้ามข้าราชการตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ในเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะตรุษจีน ซึ่งเจตนาของคำสั่งดังกล่าว คือ การห้ามข้าราชการตำรวจตระเวนไปรับซองตามบริษัท ห้างร้านต่างๆ เนื่องจากไม่เหมาะสม แต่ในกรณีนี้ไม่น่ามีความผิดทางอาญา แต่อาจผิดทางวินัย ทั้งนี้ หากกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 รายงานผลตรวจสอบข้อเท็จจริงมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว จะมีการประชุมสรุปผลอย่างรอบคอบอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีตำรวจแต่งเครื่องแบบต่อแถวรับอั่งเปาในช่วงตรุษจีน เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเสียภาพลักษณ์ตำรวจ

พล.ต.อ.ประทิน กล่าวว่า ก็ไม่รู้ว่าคนให้มีจุดประสงค์อะไร จะให้ด้วยความบริสุทธิใจ หรือต้องการติดสินบน ก็อยากเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาเคร่งครัดเรื่องนี้ เพราะเทศกาลตรุษจีนทุกปีมักจะมีเหตุการณ์อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์หนัก

กลับขึ้นด้านบน