ประสานทนายบิดาชาวญี่ปุ่นรับเด็กอุ้มบุญ 13 คน

ประสานทนายบิดาชาวญี่ปุ่นรับเด็กอุ้มบุญ 13 คน

ประสานทนายบิดาชาวญี่ปุ่นรับเด็กอุ้มบุญ 13 คน

รูปข่าว : ประสานทนายบิดาชาวญี่ปุ่นรับเด็กอุ้มบุญ 13 คน

อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ระบุได้ประสานทนายบิดาชาวญี่ปุ่นให้จัดส่งพี่เลี้ยงมาฝึกอบรมและทำความคุ้นเคยกับเด็กอุ้มบุญ 13 คน หลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคำตัดสินให้บิดาชาวญี่ปุ่น เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายในวันนี้ (20 ก.พ.)

นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ระบุหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีคำตัดสินให้นายชิเกตะ มิตสึโตกิ พ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่น ซึ่งยื่นคำร้องขอเป็นผู้ปกครองเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ 13 คน เมื่อปี 2558 เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และมอบสิทธิ์ในการดูแลเด็กทั้งหมดในวันนี้ (20 ก.พ.2561) ว่า ได้พูดคุยกับทนายความของนายชิเกตะแล้ว โดยจะต้องส่งพี่เลี้ยงเด็กมาฝึกอบรมและทำความคุ้นเคยกับเด็กทั้งหมดก่อน

เนื่องจากเด็กมีอายุ 3-4 ปี อาจต้องใช้ระยะเวลาปรับตัวไม่เกิน 7 วัน และจะส่งนักสังคมสงเคราะห์ไปให้คำแนะนำเพิ่มเติม เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะเด็กวัยนี้จะปรับตัวเข้ากับพี่้้เลี้ยงและผู้ปกครองได้ง่าย โดยทางญาติและผู้แทนของนายชิเกตะได้เดินทางมาเยี่ยมเด็กที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ดอย่างสม่ำเสมอ

เบื้องต้นจะให้เด็กไปพักอยู่ในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายชิเกตะจัดเตรียมไว้ รวมถึงมีพี่เลี้ยงดูแลให้เด็กค่อยๆ ปรับตัว และหลังจากเด็กทั้งหมดกลับประเทศญี่ปุ่นแล้ว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะประสานติดตามอีกสักระยะหนึ่ง หรือประสานสถานทูตช่วยติดตาม

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 หลังตำรวจเข้าตรวจค้นคอนโดย่านลาดพร้าวและพบพี่เลี้ยงเด็ก 9 คน ในจำนวนนี้เป็นหญิงท้อง 1 คน พร้อมเด็กทารก 9 คน โดยนายชิเกตะ เป็นพ่อของเด็กที่เกิดจากการจ้างแม่อุ้มบุญชาวไทย โดยว่าจ้างให้คลินิกรับฉีดตัวอ่อนและจ้างหญิงไทยอุ้มบุญ เกิดปัญหาการตีความข้อกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายอุ้มบุญในประเทศไทย

กระทั่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข จัดทำกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์และมีผลบังคับใช้ 30 กรกฎาคม 2558

กลับขึ้นด้านบน