ทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ เชื่อมโยงเรียกรับเงินทอน

ทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ เชื่อมโยงเรียกรับเงินทอน

ทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ เชื่อมโยงเรียกรับเงินทอน

รูปข่าว : ทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ เชื่อมโยงเรียกรับเงินทอน

ข้อร้องเรียนกรณีผู้บริหารระดับสูงของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ก.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียกรับเงินทอน จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ดูเหมือนจะสอดคล้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

แม้จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องเรียนผู้บริหารระดับสูง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเรียกรับเงินทอนจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

กระทั่งมีอดีตนิสิตฝึกงานและอดีตลูกจ้างของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ร้องเรียนให้ตรวจสอบประเด็นทุจริตทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 4 เข้าตรวจสอบ ต.เขาน้อย อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น เป็นพื้นที่แรกที่เจ้าหน้าที่พบว่าชาวบ้าน และ อสม.จำนวน 250 คนถูกนำบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านไปใช้ในการเบิกเงินแต่ชาวบ้านไม่ได้รับจริง สอดคล้องกับคำให้การของอดีตลูกจ้างที่อ้างว่าเป็นผู้ทำเอกสารและปลอมลายเซ็นชาวบ้านกว่า 2,000 คนเพื่อใช้ในการเบิกเงิน

การทุจริตเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคอีสาน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท.ป.ป.ท.เขต 4 ตรวจพบว่า มีพฤติการณ์แตกต่างกัน อย่างเช่น จ.บึงกาฬ ชาวบ้านที่มีชื่อปรากฎเกือบทั้งหมดไม่ได้รับเงิน ส่วนที่ จ.หนองคาย ส่วนใหญ่ได้รับเงินอุดหนุนในรูปแบบกลุ่มอาชีพแต่ได้รับเงินไม่ครบตามจำนวนที่ตั้งเบิก

ถัดมาไม่ถึงสัปดาห์หลังมีการตรวจสอบทุจริต พบว่ามีเจ้าหน้าที่นำเงินมาจ่ายครบตามจำนวนที่ตั้งเบิกไว้ปีงบประมาณ 2560 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจัดสรรงบประมาณกว่า 493 ล้านบาท มายังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผู้ติดเชื้อเอดส์ และกลุ่มอาชีพ ซึ่งจากการสุ่มตรวจการเบิกจ่ายเงินในเกือบทุกภูมิภาค พบว่ามีมูลทุจริต ซึ่งขณะนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างลงพื้นที่รวบรวมเอกสารหลักฐาน คาดว่า จะสรุปผลการสอบได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ ก่อนจะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับสั่งการ

 

กลับขึ้นด้านบน