แบงก์วิเคราะห์ความเสี่ยงปล่อยกู้จากข้อความบนโซเชียลมีเดีย

แบงก์วิเคราะห์ความเสี่ยงปล่อยกู้จากข้อความบนโซเชียลมีเดีย

แบงก์วิเคราะห์ความเสี่ยงปล่อยกู้จากข้อความบนโซเชียลมีเดีย

รูปข่าว : แบงก์วิเคราะห์ความเสี่ยงปล่อยกู้จากข้อความบนโซเชียลมีเดีย

ผู้ที่ชอบโพสต์ข้อความว่าเริ่มมีปัญหาเงินไม่พอใช้บนโซเชียลมีเดีย อาจสุ่มเสี่ยงจะไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ หรือได้รับวงเงินน้อยกว่าเกณฑ์ หลังธนาคารกรุงศรีอยุธยาทดลองนำข้อความบนโซเชียลมีเดียมาช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงพิจารณาสินเชื่อบุคคล

เมื่อวานนี้ (27 ก.พ.2561) นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผนยว่า เตรียมใช้แอปพลิเคชัน "ไอฟิน" ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันให้ลูกค้าธนาคาร สามารถยื่นขอสินเชื่อบุคคลได้ตลอดเวลา หลังธนาคารสามารถเชื่อมฐานข้อมูลกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร และพัฒนาระบบยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือเอ็นซีบี อี คอนเซ็นต์ เป็นรายแรก จึงช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีภายในเวลา 1-3 วัน เมื่อเทียบกับการยื่นแบบฟอร์มทางอินเทอร์เน็ต และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ซึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน

 

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร (ซ้าย)

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร (ซ้าย)

 

ขณะเดียวกัน การดำเนินการขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันนี้ ช่วยลดต้นทุนธนาคาร จึงสามารถคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา สำหรับวงเงิน 60,000 บาทขึ้นไป แต่ยังคงเกณฑ์พิจารณาปล่อยสินเชื่อตามมาตรฐานปกติ และอยู่ระหว่างทดลองนำบิ๊กดาต้าและเอไอ มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวกับสถานะการเงิน เพื่อประกอบการพิจารณาความเสี่ยง เช่น ผู้ที่มักโพสต์ข้อความว่ารับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตั้งแต่ต้นเดือนบ่อยๆ ซึ่งพบว่าสามารถลดความเสี่ยงการก่อหนี้เสียของธนาคารได้ดี

 

 

นายพงษ์อนันต์ กล่าวอีกว่า การปล่อยสินเชื่อดิจิตัลแบบครบวงจร ระยะแรก จะเปิดให้ดำเนินการเฉพาะลูกค้าธนาคาร และบริษัทในเครือธนาคาร ซึ่งเป็นพนักงานประจำเท่านั้น ก่อนพัฒนาไปถึงการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะต่อไป คาดว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคลดิจิทัลแบบนี้ จะช่วยขยายสินเชื่อปีนี้จาก 445 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท ภายในปีนี้

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน