เตรียมชี้ขาดทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ 2 จังหวัด

เตรียมชี้ขาดทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ 2 จังหวัด

เตรียมชี้ขาดทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ 2 จังหวัด

รูปข่าว : เตรียมชี้ขาดทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ 2 จังหวัด

อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ระบุยังไม่พบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างให้ผู้อำนวยการศูนย์ทั้ง 2 แห่งหาข้อมูลมาหักล้างภายใน 15 วัน ก่อนให้คณะกรรมการพิจารณาชี้ขาด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 24 จังหวัด จากพื้นที่ตรวจสอบเร่งด่วน 37 จังหวัด ซึ่ง พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. ระบุว่า พบการทุจริตที่คล้ายกับที่ จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงใหม่ นอกจากนั้นยังพบพฤติการณ์ทุจริตในรูปแบบใหม่อีก แต่ขอสรุปรายละเอียดก่อนเปิดเผยภาพรวมในสัปดาห์หน้า

พ.ต.ท.วันนพ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) ออกมาเปิดเผยว่า ผลสอบของ พม.พบผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงเข้าไปเกี่ยวข้องว่า ป.ป.ท.จะต้องหารือประเด็นนี้อีกครั้ง หากตรวจพบหลักฐานการกระทำผิดเชื่อมโยงระหว่างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกับผู้บริหาร พม.ก็จะส่งเรื่องไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป

ด้านนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ หลังส่งคณะทำงานกว่า 10 ทีมลงพื้นที่

รายงานล่าสุดระบุว่า ยังไม่พบการทุจริตเพิ่มเติมจากศูนย์ จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงใหม่ หลังได้สั่งย้ายผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาและสอบวินัยแล้ว ซึ่งในส่วนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้ชี้มูลผู้อำนวยการศูนย์และหัวหน้าฝ่ายจัดสวัสดิการสังคม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ผู้ถูกกล่าวหานำข้อมูลมาหักล้างภายใน 15 วัน จากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาชี้ขาดอีกครั้ง เช่นเดียวกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างให้ผู้อำนวยการศูนย์หาข้อมูลมาหักล้างภายใน 15 วัน หลังคณะกรรมการสอบวินัยชี้มูลเช่นกัน

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นศูนย์ จ.สุราษฎร์ธานี พัทลุง บึงกาฬ ซึ่งพบความไม่ปกติ ได้ให้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่มีศูนย์ที่ตรวจสอบแล้วและไม่พบการทุจริต อาทิ อ่างทอง สิงห์บุรี สตูล สมุทรสงคราม

ส่วนกรณีบางศูนย์ที่ พส.ตรวจไม่พบการทุจริต แต่ ป.ป.ท.ตรวจพบความผิดนั้น นางนภากล่าวว่า พส.จะตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุที่ พส.ตรวจไม่พบการทุจริตแต่แรกนั้น เพราะ ป.ป.ท.เป็นหน่วยงานทำงานตรวจสอบโดยเฉพาะ จึงมีแนวทางตรวจสอบเป็นของตัวเอง และเมื่อ ป.ป.ท.สุ่มลงพื้นที่ก็ไม่ได้แจ้ง พส.ว่าจะลงตรวจจุดไหนบ้าง ขณะที่การตรวจสอบของ พส.จะเริ่มดูจากเอกสารรายชื่อ เอกสารสำคัญต่างๆ ว่ามีพิรุธ มีการแก้ไขหรือไม่ จากนั้นจะสุ่มลงพื้นที่ตามรายชื่อ เพื่อดูว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนจริงหรือไม่ และได้รับเงินหรือไม่

ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ต้องให้เวลาคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทำงาน หากพบสิ่งผิดปกติ หรือแนวทางการขยายผลในประเด็นอื่น ก็จะมีการประสานข้อมูลไปยัง ป.ป.ท.ทันที ซึ่งในการสอบสวนมีเวลา 30 วันเพื่อสรุปเรื่อง ซึ่งวันนี้ (2 มี.ค.2561) การสอบสวนเข้าสู่วันที่ 10 แล้ว ถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก

กลับขึ้นด้านบน