ข่าวร้าย! ไซเตส ชี้ “กลุ่มแมวใหญ่” 5 ชนิดทั่วโลกลด 95%

ข่าวร้าย! ไซเตส ชี้ “กลุ่มแมวใหญ่” 5 ชนิดทั่วโลกลด 95%

ข่าวร้าย! ไซเตส ชี้ “กลุ่มแมวใหญ่” 5 ชนิดทั่วโลกลด 95%

รูปข่าว : ข่าวร้าย! ไซเตส ชี้ “กลุ่มแมวใหญ่” 5 ชนิดทั่วโลกลด 95%

ไซเตส เผยข่าวร้ายกลุ่มแมวใหญ่นักล่า 5 ชนิด เช่น สิงโต เสือโคร่ง เสือดาวทั่วโลกแนวโน้มประชากรลดอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะเสือโคร่งลดลง 95%ในช่วง 100 ปี กรมอุทยาน มั่นใจเสือโคร่งในป่าไทยเพิ่มเกินเป้าหมายที่วางไว้ในปฏิญญาเซนปีเตอร์เบิร์ก โดยเฉพาะ ในห้วยขาแข้งจากปี 55 สำรวจพบ 40 ตัวเพิ่มเป็น 60ตัว

วันนี้ (3 มี.ค.2561) เนื่องในวันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก ตรงกับ 3 มี.ค.ของทุกปี ซึ่งปีนี้ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพิชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ประกาศให้ทั่วโลกร่วมปกป้อง Big Cats หรือแมวใหญ่นักล่าที่ถูกคุกคามขึ้น

นายจอห์น อี สแกนลอน เลขาธิการไซเตส ระบุว่า สถานการณ์แมวใหญ่ในตระกูลเสือ 5 ชนิด คือ สิงโต เสือโคร่ง เสือดาว เสือจาร์กัวร์ และเสือดาวหิมาลัย ของทั่วโลกอยู่ในภาวะถูกคุกคามและลดลงในอัตราที่น่าเป็นห่วงจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร และความขัดแย้งของคนกับสัตว์ป่า การล่า และการค้าที่ผิดกฎหมาย และจากข้อมูลของไซเตส พบว่าในช่วง 100 ปีประชากรเสือโคร่งลดลงถึงร้อยละ 95 ส่วนประชากรสิงโตในแอฟริกาลดลงร้อยละ 40 ในช่วงเวลาแค่ 20 ปี

ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาทั่วโลกได้สูญเสียสัตว์ในกลุ่มแมวใหญ่นักล่าที่สุดในโลกในอัตราที่น่าตกใจ และยังผลกระทบต่อการสูญเสียสัตว์ชนิดอื่นๆ เนื่องจากสัตว์ป่าหากสูญพันธุ์ไม่สามารถหาทดแทนได้ จึงอยากเชิญชวนให้คนทั่วโลกเริ่มต้นลงมือเพื่อให้สัตว์ป่าอยู่รอด และการหาเทคโนโลยีใหม่ในการคุ้มครองสัตว์ การจัดการพื้นที่อนุรักษ์อย่างจริงจังภายในประเทศ

 

“กรมอุทยาน“ มั่นใจเสือโคร่งในป่าไทยเพิ่มเกินเป้า


นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงสถานการณ์เสือโคร่งในป่าธรรมชาติ โดยยืนยันว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 13 ชาติที่สามารถอนุรักษ์และเพิ่มประชากรเสือโคร่งในป่าได้มากขึ้น หลังการลงนามในปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ตั้งแต่ปี 2555 จากการสำรวจประชากรเสือโคร่งในช่วงครึ่งทางพบว่าอัตราเสือโคร่งในป่ามีประมาณ 200 ตัว โดยเฉพาะในกลุ่มป่าตะวันตกป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กว่า 120 ตัว แต่เฉพาะที่ห้วยขาแข้ง ข่าวดีปีนี้ว่าเดิมสำรวจพบเสือโคร่งประมาณ 40 ตัว แต่เพิ่มเป็น 60-65 ตัว นอกจากนี้ยังพบการกระจายในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ประมาณ 15 ตัว

รองอธิบดีกรมอุทยาน กล่าวอีกว่า ขณะที่ยังมีมาตรการควบคุมประชากรเสือโคร่งจากกรงเลี้ยงทั่วประเทศ เพื่อจัดสวัสดิภาพและป้องกันการลักลอบค้าเสือ กรมอุทยานได้ทำฐานข้อมูลเสือในกรงเลี้ยงจากสวนสัตว์ทั้ง 49 แห่งเบื้องต้นมี จำนวน 1,464 ตัว อยู่ระหว่างการเจาะเลือดเพื่อเก็บดีเอ็นเอคืบหน้าร้อยละ 90 การถ่ายรูปและเก็บลายพาดกลอนของเสือแต่ละตัวให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

ทั้งนี้ใน 13 ชาติที่ยังมีเสือโคร่งในป่าธรรมชาติคือ อินเดีย ไทย รัสเซีย จีน รัสเซีย พม่า ภูฏาน มาเลเซีย กัมพูชา บังกลาเทศ ลาวเวียดนาม โดยในไทยมีเสือโคร่งในป่าธรรมชาติประมาณ 189-252 ตัว อาศัยในพื้นที่ 10 กลุ่มป่า 31 พื้นที่อนุรักษ์ เช่น กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าแก่งกระจาน โดยการลงปฎิญญาเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ซึ่งจะครบในปี 2565ต้องการเพิ่มประชากรเสือร้อยละ 50

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน