ผู้ป่วยมะเร็งกว่า 3 หมื่นคน รอคิวรับยาหมอแสง

ผู้ป่วยมะเร็งกว่า 3 หมื่นคน รอคิวรับยาหมอแสง

ผู้ป่วยมะเร็งกว่า 3 หมื่นคน รอคิวรับยาหมอแสง

รูปข่าว : ผู้ป่วยมะเร็งกว่า 3 หมื่นคน รอคิวรับยาหมอแสง

ผู้ป่วยโรคมะเร็งจากทั่วทุกสารทิศทั้งไทยและต่างชาติกว่า 30,000 คน มารอคิวรับยารักษามะเร็งจากหมอแสงกันล้นหลาม แม้กรมการแพทย์แผนไทยและทางเลือก รับรอง "หมอแสง"เป็นหมอพื้นบ้าน แต่หมอแสงย้ำว่ากฎหมายไทยล้าหลัง ทำให้ไม่เอื้อต่อการผลิตยาแจกผู้ป่วย

วันนี้ (3 มี.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดปราจีนบุรี มีผู้ป่วยมะเร็งทั้งรายเก่าและรายใหม่เดินทางมาลงทะเบียน และลงบันทึกประจำวันเป็นจำนวนมาก

ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อรอรับยารักษาโรคมะเร็งจากนายแสงชัย แหเลิศตระกูล (หมอแสง) ที่จะเปิดแจกยาเป็นประจำทุกต้นเดือน แม้ญาติและผู้ป่วยจะรู้ว่าการมารอรับยาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน แต่ก็ไม่ท้อแท้เพราะจากการทานยาหมอแสง 4 ครั้งผลการตรวจเลือดค่ามะเร็งในร่างกายดีขึ้น

นายปัน โพธิ์สุวรรณ ชาวจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า "ผมมาครั้งแรกต่อคิวตั้งแต่เวลา 02.00 น.ได้รับยาเวลา 12.00 น.ของวันอาทิตย์ ก่อนจะได้รับยาเหลือคิวยาวประมาณ 5 เสาไฟฟ้าแต่ผมเป็นลมก่อน ก็ไปปฐมพยาบาลเมื่อฟื้นก็มาเข้าคิวใหม่ วันนั้นก็เลยได้ยาไป"

ขณะที่ด้านหน้าบ้านหมอแสงจุดแจกยารอบแรกมีประชาชนมาจับจองพื้นที่ 2 ข้างทางถนน เพื่อรอรับยา ครอบครัว "ส้มแป้น" โดนสามี-ภรรยา เดินทางมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (2 มี.ค.) โดยหวังว่าจะได้รับยาเป็นลำดับต้นๆ แม้ว่าเวลารับยาจริงจะเริ่มในเวลา 17.00 น.ก็ตาม

นายถนอม ส้มแป้น ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า "ตอนนี้กลัวมากเพราะเขาขอยื่นเรื่องมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ความหวังก็อยากได้ยาตรงนี้ไป แต่ถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุน หรือ ตัดขาดตรงนี้ไปว่าตรงนี้มีความผิดอะไรเนี่ย ประชาชนใจฝ่อเลย กำลังใจที่มานี่ก็หาย ตอนนี้เราก็ขอสนับสนุนตรงนี้ หมอแสงได้ใบรับรองก็ถือว่าได้กำลังใจมากเยอะ"

ครอบครัวนี้ยังบอกว่า การที่หมอแสงได้รับรองหมอแสงเป็นหมอพื้นบ้านเหมือนกับช่วยต่อลมหายใจผู้ป่วยโรคมะเร็งเพราะอย่างน้อยพวกเขาก็มั่นใจว่าหมอแสงจะเดินหน้าแจกยารักษาผู้ป่วยต่อไปละแม้ว่าวันหนึ่งกฎหมายจะให้ค้าขายในเชิงพาณิชย์ได้

ขณะที่นายแสงชัยเปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า แม้จะถูกรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้เป็นหมอพื้นบ้านแล้ว แต่ด้วยกฎหมายที่ล้าหลังทั้งห้ามค้าขายในเชิงพาณิชย์ ห้ามแจกยานอกสถานที่ก็ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งในไทยต้องดิ้นรนมารับยาถึงปราจีนบุรีเหมือนเดิมอย่างไรก็ตามตนเองจะผลิตยาแจกเหมือนเดิมเพราะแจกมานานกว่าสิบปีแล้ว


"ตอนนี้ประเทศลาวติดต่อผมมาแล้วให้ไปแจกยาที่หลวงพระบางและเวียงจันทน์ คนลาวไม่ต้องเดินทางมาเดี๋ยวไปแจกถึงที่ ทุกเมือง เมืองไหนต้องการก็จะไปแจกให้แต่คนไทยไม่ได้เดี๋ยวเขายึดใบอนุญาตของไทยต้องเดินทางมาที่ จ.ปราจีนบุรี เพราะกฎหมายไม่อนุญาต" นายแสงชัย ระบุ 

นายแสงชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันสถาบันทางการแพทย์ ประเทศลาว ได้ประสานให้ไปแจกยามะเร็งที่ประเทศลาวด้วย คาดว่าจะเริ่มผลิตยาแจกได้ปลายเดือน มี.ค. หรือ เม.ย.นี้

นายแสงชัย ย้ำว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งในไทยไม่ต้องกังวลใจเพราะสามารถเดินทางมารับยาได้ที่บ้านของตนเองได้ทุกเดือนและยืนยันที่จะแจกยาต่อไป ขณะนี้ไม่ขาดแคลนงบประมาณ แม้สมุนไพรบางชนิดจะมีราคาแพง โดยเฉพาะเห็ดกระถินพิมานที่ราคาค่อนข้างสูงโดยมีราคากิโลกรัมละ 3 ล้านบาท

 

กลับขึ้นด้านบน