กรมอุทยานฯ มั่นใจหลักฐานนิติฯสัตว์ป่า ทวงสิทธิ์เสือดำทุ่งใหญ่

กรมอุทยานฯ มั่นใจหลักฐานนิติฯสัตว์ป่า ทวงสิทธิ์เสือดำทุ่งใหญ่

กรมอุทยานฯ มั่นใจหลักฐานนิติฯสัตว์ป่า ทวงสิทธิ์เสือดำทุ่งใหญ่

รูปข่าว : กรมอุทยานฯ มั่นใจหลักฐานนิติฯสัตว์ป่า ทวงสิทธิ์เสือดำทุ่งใหญ่

ทีมนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า เร่งตรวจดีเอ็นเอคราบเลือดบนใบไม้ และบนมีด เพื่อตรวจว่าเป็นเลือดเสือดำ และใช้เป็นหลักฐานชี้ขาด “เสือดำ” ถูกสังหารในป่าทุ่งใหญ่

วันนี้ (4 มี.ค.2561) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ซึ่งจะครบรอบ 1 เดือน ของคดีในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.) โดยระบุว่า สิ่งที่พยายามหาคำตอบคือ เสือดำที่ตายเป็นตัวเดียวกันกับชิ้นเนื้อที่พบหรือไม่ ขณะนี้ทราบผลการตรวจสอบแล้ว

ล่าสุด ทีมนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า ได้รับวัตถุพยานเพิ่มเติมในคดีล่าเสือดำ เป็นคราบเลือดบนใบไม้ในจุดเกิดเหตุ มีดที่ตรวจยึดได้จากแคมป์ เพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ ว่าคราบเลือดที่พบเป็นของเสือดำตัวเดียวกันกับที่ถูกชำแหละหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาตรวจแล้วเสร็จใน 1 สัปดาห์ จากนั้นจะส่งข้อมูลให้กับตำรวจเพื่อใช้ประกอบพิจารณาคดี

 

ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

นายปิ่นสักก์ ยืนยันว่า แม้ว่าขณะนี้จะถูกสังคมตั้งคำถามถึงความล่าช้าของคดี และในฐานะกรมอุทยานฯ ที่รับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุและตัวสัตว์ป่า ได้มีการเก็บหลักฐานหาข้อมูลและวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะดำเนินการอย่างรอบคอบและทำงานอย่างเต็มในการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง เชื่อว่าตำรวจก็ทำคดีอย่างดีเช่นกัน

ตอนนี้ตำรวจไม่ขออะไรเพิ่ม ส่วนงาช้างที่ตรวจพบว่าเป็นงาช้างแอฟริกาทั้ง 2 คู่ให้แยกเป็นคดีใหม่ และอยุ่ระหว่างดำเนินการ เพราะสรุปผู้แจ้งครอบครองคือภรรยานาย เปรมชัย จะต้องทำหนังสือให้ชี้แจงตามขั้นตอน และยึดเป็นของแผ่นดิน

ด้าน ดร.กณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กล่าวว่า การตรวจหาคราบเลือดจากใบไม้และมีด ต้องการหาดีเอ็นเอของเสือดำ เนื่องจากเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เพิ่มน้ำหนักให้ชัดเจนว่า คณะของนายเปรมชัย สังหารเสือดำในป่าจริงหรือไม่ ประกอบกับวัตถุพยานที่ทางตำรวจเก็บไว้ ทั้งกระสุน ปืนที่ใช้ในการยิง ลายนิ้วมือ เพื่อยืนยันว่าเสือดำถูกฆ่าและชำแหละในป่าทุ่งใหญ่ ไม่ใช่ถูกนำมาจากที่อื่น ส่วนอุจจาระนายเปรมชัย จะตรวจสอบเศษชิ้นเนื้อที่เหลือและยืนยันนายเปรมชัยกินเนื้อเสือดำหรือไม่ ยอมรับว่าตรวจสอบได้ยาก แต่ทีมนิติวิทยาศาสตร์ได้หาคำตอบเพื่อทวงสิทธิ์ให้กับเสือดำ โดยใช้กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์

 

 

นอกจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม จะจัดเวทีสาธารณะทวงถามความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.) ชี้ผ่านมา 1 เดือนแต่การดำเนินคดียังไม่ชัดเจนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยมีกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ทวงถามความคืบหน้าคดี รวมทั้งกิจกรรมเคลื่อนไหวตลอดเดือนมีนาคม

 

กลับขึ้นด้านบน