กรมอุทยานฯ มั่นใจ "เปรมชัย" ไม่หลุด 9 ข้อหาล่าเสือดำ

กรมอุทยานฯ มั่นใจ "เปรมชัย" ไม่หลุด 9 ข้อหาล่าเสือดำ

กรมอุทยานฯ มั่นใจ "เปรมชัย" ไม่หลุด 9 ข้อหาล่าเสือดำ

รูปข่าว : กรมอุทยานฯ มั่นใจ "เปรมชัย" ไม่หลุด 9 ข้อหาล่าเสือดำ

กรมอุทยานฯ ชี้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มีความเชื่อมโยงกัน มั่นใจนายเปรมชัย กรรณสูต ไม่หลุด 9 ข้อหาล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

วันนี้ (7 มี.ค.2561) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แถลงข่าวความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต และพวกรวม 4 คน ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องของสัตว์ป่า เช่น วัตถุพยานจากอาหารที่ปรุงสุกในที่เกิดเหตุ งาช้างที่พบในบ้านของนายเปรมชัย เพื่อให้หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าตรวจวิเคราะห์ โดยมีความน่าเชื่อถือและได้รับมาตรฐานสากล ยืนยันไม่ล่าช้าและมีความคืบหน้าร้อยละ 90 ส่วนการตรวจดีเอ็นเอเสือดำ ทั้งจากหนังเสือ ชิ้นเนื้อ ขน พบว่าเป็นดีเอ็นเอของเสือดำตัวเดียวกันและมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด มั่นใจว่าหลักฐานดังกล่าวจะนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ ส่วนการตรวจสอบคราบเลือดบนมีดอีโต้ หรือมีดทำครัว ยังอยู่ระหว่างสกัดดีเอ็นเอเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งโครโมโซมชี้ให้เห็นว่าเสือเป็นตัวเมีย

คดีนี้สำคัญ เขามาทำความผิดในพื้นที่ไข่แดงของการอนุรักษ์ ในป่ามรดกโลก เรามีความมุ่งมั่นที่จะเอาผิดผู้กระทำผิด ยืนยันไม่ล่าช้าและส่งหลักฐานบางส่วนส่งให้พนักงานสอบสวนแล้ว สาระสำคัญคือการเข้าไปล่าสัตว์ อยากให้สังคมโฟกัสตรงนี้ ผมเชื่อในพนักงานสอบสวน คดีล่าสัตว์ป่าเป็นคดีที่สำคัญที่สุด มีความเชื่อมโยงของหลักฐาน เขาไม่มีทางจะหลุดไปได้

นายปิ่นสักก์ ยืนยันว่า กรมอุทยานฯ ไม่ได้ละเลย และพยายามดำเนินการให้รอบคอบที่สุด รวมทั้งปกป้องเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรของชาติ หลังจากนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จับผู้กระทำความผิดและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางกรมอุทยานฯ ได้ส่งหลักฐานให้พนักงานสอบสวน โดยเป็นผู้ช่วยเหลือและให้ปากคำในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่หลักฐานจะครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ ต้องสอบถามทางพนักงานสอบสวน

ส่วนข้อหาร่วมกันล่านั้น ทางกรมอุทยานฯ ได้ยืนยันไปแล้วว่าคณะดังกล่าวได้ร่วมกันล่าจริง เชื่อว่าข้อมูลหลักฐานที่มีความเชื่อมโยงกันและสามารถเอาผิดใน 9 ข้อหาได้ โดยกรมอุทยานฯ ทำงานร่วมกับตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิดและเป็นทีมเดียวกัน

ทางกรมอุทยานฯ ยืนยันว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีขออนุญาตเข้าพื้นที่ พบว่าเป็นการขออนุญาตเข้าตามอำนาจหน้าที่ ส่วนเรื่องไฟฉายที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยาน ได้ให้นายวิเชียร ในฐานนะรุ่นพี่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไฟฉายราคาอันละ 120 บาท 5 อัน ราคาไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายเปรมชัย และตัวเองไม่ทราบว่า นายนพดลจะอยู่ในสำนวนคดีหรือไม่ ต้องสอบถามพนักงานสอบสวน

กลับขึ้นด้านบน