ศธ.สั่งย้าย 5 ขรก. เอี่ยวทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 88 ล้าน

ศธ.สั่งย้าย 5 ขรก. เอี่ยวทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 88 ล้าน

ศธ.สั่งย้าย 5 ขรก. เอี่ยวทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 88 ล้าน

รูปข่าว : ศธ.สั่งย้าย 5 ขรก. เอี่ยวทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 88 ล้าน

กระทรวงศึกษาธิการ สั่งตรวจสอบทุจริตเงินของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 88 ล้านบาท สั่งย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 5 คน พบโอนเงินเข้าบัญชีญาติ

หลังกลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจสอบบัญชีงบประมาณประจำปี 2560 แล้วพบว่า มีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือเด็กยากไร้ โดยมีการโอนเงินทุนการศึกษาของนักเรียนในโครงการเข้าบัญชีของบุคคลอื่น ตั้งแต่ปี 2551-2561

วันนี้ (9 มี.ค.2561) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า มีการยักยอกโอนเงินเข้าบัญชีพรรคพวกและญาติพี่น้องของผู้กระทำผิดกว่า 88 ล้านบาท เฉพาะปี 2560 เป็นเงินกว่า 12 ล้านบาท โดยมีข้าราชการฝ่ายปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง 5 คน ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการระดับ 8 และได้รับสารภาพแล้ว 1 คน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะทำเพียงคนเดียว เบื้องต้นสั่งย้ายข้าราชการทั้ง 5 คนไปปฏิบัติหน้าที่ยังหน่วยงานอื่นแล้ว

ส่วนผู้ที่รับสารภาพ 1 คน ถือว่ามีโทษร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกจากราชการ รวมทั้งถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย ขณะเดียวกันหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลใดอย่างไม่ถูกต้อง เจ้าของบัญชีปลายทางที่รับโอนเงินก็ถือว่ามีความผิดด้วย

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งความดำเนินคดีทันที รวมถึงส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบไปพร้อมกัน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบบัญชีปลายทางของบุคคลที่โอนไป 19-20 บัญชี โดยสำรวจทั้ง 3 กลุ่มสถานศึกษา ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และกลุ่มวิทยาลัยพยาบาล เมื่อได้ตัวเลขแล้วจะนำเข้าสู่คณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พิจารณาว่าจะมีช่องทางการเยียวยาอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ การตรวจสอบการโอนเงินของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551 ถึงเดือนมีนาคม 2561 พบว่า มีการอนุมัติเงินกว่า 166 ล้านบาท เป็นการโอนเงินเข้าบัญชีหน่วยงานกว่า 77 ล้านบาท และเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลกว่า 88 ล้านบาท เบื้องต้นพบเป็นบัญชีญาติของข้าราชการที่รับสารภาพ

 

 

กลับขึ้นด้านบน