เปิดข้อมูลรอบด้านปมฆ่าหมาจรจัด ช่วยระงับพิษสุนัขบ้า

เปิดข้อมูลรอบด้านปมฆ่าหมาจรจัด ช่วยระงับพิษสุนัขบ้า

เปิดข้อมูลรอบด้านปมฆ่าหมาจรจัด ช่วยระงับพิษสุนัขบ้า

รูปข่าว : เปิดข้อมูลรอบด้านปมฆ่าหมาจรจัด ช่วยระงับพิษสุนัขบ้า

นับตั้งแต่การเริ่มต้นระบาดของพิษสุนัขบ้ารุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปี พบการติดเชื้อในคนแล้ว 22 จังหวัด ติดเชื้อในสัตว์อีก 34 จังหวัด ทำให้ข้อเสนอกำจัด หรือฆ่าหมาจรจัดทั้งหมดเริ่มถูกพูดถึงและเป็นข้อถกเถียงในขณะนี้ ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

วันนี้ (14 มี.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอกำจัด หรือฆ่าหมาจรจัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้ากำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งฝ่ายที่เห็นด้วยระบุว่า ในปัจจุบันทั่วประเทศจากการสำรวจของกรมปศุสัตว์ปี 2559 มีหมาจรจัด 758,446 ตัว แมวจรจัด 474,142 ตัว ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะควบคุม หรือทำหมันจนครบทั้งหมด หรือหาที่อยู่ใหม่ คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อมีหมาติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจะลุกลามไปรวดเร็ว ปีนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าปีที่แล้ว 2 เท่า

นอกจากนี้ ฝ่ายที่เห็นด้วยเสนอว่าเริ่มจากสำรวจประชากรหมาจรจัด จากนั้นประกาศหาคนใจบุญที่จะรับไปเลี้ยง ที่เหลือต้องกำจัดทั้งหมด ใช้วิธีรมแก๊สเพื่อไม่ให้ทรมาน อาจจะมองว่าโหดร้ายทารุณ แต่ในต่างประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ก็ใช้วิธีแบบนี้ จึงไม่มีหมาจรจัดอยู่เลย

หนึ่งคนที่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ คือจ่าพิชิต แห่งเพจดรามา แอดดิก ให้กำจัดเท่าที่จำเป็น ใครรับไปเลี้ยงก็ฝังไมโครชิพไว้จะได้หาเจ้าของได้เวลามันถูกทิ้ง แม้จะไม่ใช่ความผิดของหมา แต่ฝ่ายที่เห็นด้วยก็มองว่าเป็นวิธีที่จำเป็นและได้ผลที่สุด

ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการกำจัดหมาจรจัด ระบุว่า หมาอาจจะเป็นสัตว์ที่พบว่าเป็นตัวแพร่เชื้อ แต่จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าโรคพิษสุนัขบ้าเกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น คน สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว หนู ฯลฯ แต่สัตว์ที่ถูกระบุว่าพบการเกิดโรคและแพร่เชื้อไปสู่คนได้ คือสุนัขและแมว เพราะใกล้ชิดกับคน แต่บางทีไม่ได้ติดกันเอง อย่างบางพื้นที่มาจากหนูที่นำโรคมาติดสุนัขและแมว นั่นหมายความว่าฆ่าหมาอย่างเดียว คงไม่สามารถทำให้โรคนี้เป็นศูนย์ได้

ทั้งนี้ เวลาที่มีหมาติดเชื้อในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง กรมปศุสัตว์ต้องเข้าไปควบคุม ถ้ามีหมาติดเชื้อพิษสุนัขบ้า จะยุ่งยากขนาดไหน ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคัดกรองทีละตัว กักทีละตัว มีข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณและสถานที่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการฆ่าเป็นทางเลือกหนึ่งในการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า แต่จะทำได้ต่อเมื่อพบการระบาด ไม่ใช่ตามอำเภอใจ โดยกรมปศุสัตว์ยืนยันว่าจะฆ่าหมาแบบที่ทำในพื้นที่ระบาดของ จ.เชียงราย กับทุกพื้นที่ไม่ได้ เพราะที่นั่นมีความจำเป็น หมาที่พบเชื้ออาศัยกันเป็นกลุ่ม ต้องเอาไปทั้งหมด แต่สำหรับพื้นที่อื่น ถ้าฆ่าแบบกวาดไปทั้งหมด จะผิดกฎหมาย

ขณะที่ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ระบุว่า สัตว์ที่อยู่ในการคุ้มครอง มีสัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้เป็นสัตว์บ้าน, ใช้งาน, พาหนะ, เพื่อน, อาหาร, การแสดง หรือการอื่นใด และสัตว์ในธรรมชาติที่รัฐมนตรีประกาศ แต่ไม่ใช่สัตว์ป่า หรือสัตว์ในพื้นที่ป่าสงวนหรืออุทยาน "นั่นหมายถึงเป็นสัตว์ที่มี หรือไม่มีเจ้าของ ก็ฆ่าไม่ได้"

ก่อนหน้านี้ กรมควบคุมโรคตรวจสอบหัวหมาที่ติดเชื้อ พบว่าเป็นหมามีเจ้าของ 50% และหมาที่ไม่มีเจ้าของ 30% ผลนี้จึงบอกได้ว่าการเกิดโรคพอๆ กัน และเมื่อไปสำรวจความรู้ของประชาชนเกี่ยวกับโรค อย่างน้อย 25% เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นแล้วรักษาได้ ในทางการแพทย์ยืนยันว่าถ้าติดเชื้อแล้ว ไม่รีบไปรักษา ตาย 100% ซึ่งสอดคล้องกับการสอบสวนประวัติของผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าทั้ง 3 คน พบว่าไม่ได้รับการฉีดวัคซีน หลังการสัมผัสโรค

สำหรับการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าที่มีเป้าหมายให้หมดไปจากไทยในปี 2563 อาจจะต้องมาทบทวนกันดูว่าอะไรกันแน่ที่เป็นปัจจัยการระบาดของโรค โทษหมาอย่างเดียว จะตัดวงจรนี้ได้จริงหรือ

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน