ส่อทุจริตเบิกจ่ายงบฯ ผู้ยากไร้นิคมสร้างตนเองอุดรฯ-ขอนแก่น

ส่อทุจริตเบิกจ่ายงบฯ ผู้ยากไร้นิคมสร้างตนเองอุดรฯ-ขอนแก่น

ส่อทุจริตเบิกจ่ายงบฯ ผู้ยากไร้นิคมสร้างตนเองอุดรฯ-ขอนแก่น

รูปข่าว : ส่อทุจริตเบิกจ่ายงบฯ ผู้ยากไร้นิคมสร้างตนเองอุดรฯ-ขอนแก่น

ป.ป.ท.สุ่มตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง 2 แห่งที่ จ.อุดรธานี และ จ.ขอนแก่น จากทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ พบการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือคนยากไร้ส่อไปในทางทุจริต โดยมีรูปแบบไม่ต่างจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการพบความผิดปกติการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้ยากไร้และผู้ไร้ที่พึ่ง ของนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

ชาวบ้านใน ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ ส่วนหนึ่งให้ข้อมูลว่า มีชาวบ้านจำนวน 28 คนถูกนำรายชื่อไปเบิกรับเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ ในจำนวนนี้มีเพียง 3 คนที่ได้รับเงินจริง คนละ 1,000 - 3,000 บาท แต่อีก 25 คนไม่ได้รับเงินและเป็นผู้ที่มีฐานะดี

นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำรายชื่อคนเดียวไปเบิกเงินสูงถึง 4 ครั้ง จำนวนเงินรวม 12,000 บาท แต่กลับได้รับเงินจริงเพียง 1,000 บาทและพบว่าเจ้าหน้าที่นิคมฯ จะส่งมอบเงินให้ชาวบ้านโดยโอนเข้าบัญชีประธานกลุ่มแม่บ้าน ไม่ได้มอบให้กับผู้ที่มีรายชื่อโดยตรง

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. พบว่านิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้รับงบประมาณช่วยเหลือคนยากไร้ในปี 2560 กว่า 11.7 ล้านบาท พฤติกรรมการเบิกจ่ายงบฯ ส่อไปในทางทุจริตและทำในลักษณะเดียวกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่นิคมฯ พยายามขอร้องให้ชาวบ้านปิดบังข้อมูลการรับเงิน โดยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ว่าได้รับเงินครบ

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ป.ป.ท.ได้สุ่มตรวจนิคมสร้างตนเอง 2 แห่งจากทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณของนิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จ.อุดรธานี มีพฤติกรรมที่ส่อไปทางทุจริต ทำให้ ป.ป.ท.เตรียมเร่งตรวจสอบนิคมอีก 30 แห่งที่เหลือ รวมทั้งส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.เข้าตรวจสอบ

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายพิสิฏฐ์ สกาญจนชัย ผู้อำนวยการ ป.ป.ท.เขตพื้นที่ 3 เปิดเผยว่า ในพื้นที่ 8 จังหวัด พบความผิดปกติทุกที่ ยกเว้น จ.ศรีสะเกษ ซึ่งความผิดปกติที่พบส่วนใหญ่ จะไปในทิศทางเดียวกัน คือผู้ไร้ที่พึ่งไม่ได้รับเงินตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่เบิกจ่ายและผู้มาขอรับเงินขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด เบื้องต้นมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 13 ล้านบาท

กลับขึ้นด้านบน