ป.ป.ท.คาดรู้ตัวคนบงการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 31 มี.ค.นี้

ป.ป.ท.คาดรู้ตัวคนบงการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 31 มี.ค.นี้

ป.ป.ท.คาดรู้ตัวคนบงการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 31 มี.ค.นี้

รูปข่าว : ป.ป.ท.คาดรู้ตัวคนบงการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 31 มี.ค.นี้

ระยะเวลาเพียง 1 เดือน ป.ป.ท.ตรวจสอบพบการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 49 จังหวัดและนิคมสร้างตนเอง 4 จังหวัด คาดว่าภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้จะรู้ตัวคนบงการทั้งหมด ขณะที่ พม.ได้นำระบบเบิกจ่ายเงินผ่าน e-Payment มาใช้กับการเบิกจ่ายเงินทุกโครงการป้องกันทุจริตซ้ำ

พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยถึงการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง งบประมาณ 500 ล้านบาท ทั้งศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและนิคมสร้างตนเอง เพียง 1 เดือนพบว่ามีการทุจริต 49 จังหวัด จาก 76 จังหวัด โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุจริตมากที่สุดเกือบครบทุกจังหวัด คือ จ.ขอนแก่น บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ อุดรธานี ร้อยเอ็ด นครพนม มหาสารคาม นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ สกลนคร เหลือเพียง จ.เลย ที่ยังไม่พบการทุจริต

รองลงมา ภาคใต้ 10 จังหวัด คือ จ.สุราษฎร์ธานี ยะลา สงขลา นราธิวาส พัทลุง ชุมพร กระบี่ ตรัง สตูล พังงา, ภาคกลาง 6 จังหวัด คือ จ.อยุธยา อ่างทอง สระบุรี  นครปฐม อุทัยธานี ลพบุรี, ภาคเหนือ 9 จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ น่าน ลำพูน ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร, ภาคตะวันตก 2 จังหวัดคือ จ.ราชบุรี ตาก ส่วนภาคตะวันออก 3 จังหวัดคือ จ.ตราด สระแก้ว และ จันทบุรี

 

ส่วนการขยายผลสอบนิคมสร้างตนเองที่ได้รับงบประมาณสูงผิดสังเกต โดยเฉพาะนิคมฯ ห้วยหลวง และนิคมฯ เชียงพิณ จ.อุดรธานี, นิคมฯ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น, นิคมพัฒนาภาคใต้ จ.สตูล พบว่ามีพฤติการณ์เช่นเดียวกับศูนย์คุ้มครองฯ แต่มีลักษณะมุ่งเน้นให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพและเบิกเงินสงเคราะห์จำนวนหลายครั้ง ขณะที่ผลสอบสวนผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ป.ป.ท.คาดว่าจะรู้ผลภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2561

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี คาดว่าไม่เกิน 2 เดือนจะรู้ผลว่าใครเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต หรืออาจจะเร็วกว่านั้น เนื่องจาก ป.ป.ท.ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ผ่านไปเพียง 1 เดือนพบการทุจริตเกินครึ่งประเทศ แม้โครงการนี้จะพบการทุจริตจำนวนมาก แต่ก็ย้ำว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดยกเลิกโครงการนี้ เพราะผู้มีรายได้น้อยยังรอการช่วยเหลือ

 

ขณะที่ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานผลสอบผู้บริหารระดับสูงจากคณะกรรมการคนนอก และอยากรู้ผลสอบเหมือนกับประชาชน จึงสั่งให้รายงานผลความคืบหน้ามาเป็นระยะ ซึ่งที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองให้ข้อมูลเป็นประโยชน์จำนวนมาก หลังเปิดโอกาสให้ข้าราชการทุกคนพูดความจริง โทษหนักจะได้เป็นเบา พร้อมกับย้ำว่า พม.ได้นำระบบเบิกจ่ายเงินผ่าน e-Payment มาใช้กับการเบิกจ่ายเงินทุกโครงการแล้ว เพื่อป้องกันการทุจริตซ้ำอีก

ขณะนี้ใกล้ความจริงเข้ามาทุกขณะสำหรับผู้อยู่เบื้องหลังการทุจริตที่ ป.ป.ท.จะสรุปตัวการทุจริตได้ในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ หากย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ป.ป.ท.ระบุว่าเริ่มเห็นเค้าลางของมาสเตอร์มาย หรือผู้บงการใหญ่ชัดเจนแล้ว แม้ ป.ป.ท.ยังไม่เปิดเผยตัวผู้บงการ แต่การที่ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่ นั่นหมายความว่ามีข้าราชการซี 8 ขึ้นไปเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเกินอำนาจ ป.ป.ท. เพราะฉะนั้น มาสเตอร์มายไม่ใช่แค่ระดับ ผอ.ศูนย์แต่ละจังหวัดเท่านั้น แต่ผู้บงการใหญ่จะส่งคนของตัวเองเข้าไปเป็น ผอ.ศูนย์และให้ทอนเงินกลับมา

สำหรับวิธีการทุจริตมีทั้งการเอาชื่อคนตายมาสวมสิทธิ์ หรือเอาชื่อคนที่ไม่รู้เรื่องไปเบิกเงิน และคัดสำเนาบัตรประชาชนจากทะเบียนราษฎร์ จากนั้นปลอมลายเซ็นสำเนาถูกต้องไปเบิกเงิน

กลับขึ้นด้านบน