“อาคม” ชี้คนขับรถบัส 2 ชั้น แหกโค้งมะกรูดหวาน ไม่ลดความเร็ว

“อาคม” ชี้คนขับรถบัส 2 ชั้น แหกโค้งมะกรูดหวาน ไม่ลดความเร็ว

“อาคม” ชี้คนขับรถบัส 2 ชั้น แหกโค้งมะกรูดหวาน ไม่ลดความเร็ว

รูปข่าว : “อาคม” ชี้คนขับรถบัส 2 ชั้น แหกโค้งมะกรูดหวาน ไม่ลดความเร็ว

ผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้น พุ่งชนเกาะกลางเสียหลักพลิกคว่ำ เชื่อว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของคนขับรถ ที่อาจจะไม่มีความชำนาญทางและขับขี่ด้วยความเร็วข้อมูลจากจีพีเอสระบุ คนขับใช้ความเร็วเฉลี่ย 90 กม.ต่อชม. ไม่ลดความเร็วขณะลงเขา

อุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้น เกิดขึ้นที่ถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ช่วงมุ่งหน้า จ.ปราจีนบุรี บริเวณโค้งมะกรูดหวาน กม.ที่ 240-241 บ้านห้วยน้ำเค็ม ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อีกฝั่งเป็นทางมุ่งหน้า อำเภอกบินทร์บุรี

ผู้โดยสารบนรถให้ข้อมูลว่า รถวิ่งมาในลักษณะเสียหลักไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร ได้ยินคนขับรถบอกว่ารถเสียหลัก ให้ผู้โดยสารมารวมตัวที่ชั้นล่างของตัวรถ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถบังคับรถได้ และพุ่งชนแบริเออร์ ข้ามไปชนต้นไม้ใหญ่ ไถลต่อไปชนร้านค้าที่อยู่ถัดไปและหยุดตัวรถได้

บริเวณที่ชนเป็นช่วงขึ้น-ลง เขา มีแบริเออร์กั้นกลาง ซึ่งเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมที่มีในจุดที่เป็นอันตราย ความเร็วแนะนำไม่ควรเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มีข้อมูลว่ารถบัสคันนี้น่าจะมีความเร็วราวๆ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่ไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และหลังเกิดเหตุมีข้อมูลว่าพบขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใต้เบาะคนขับ แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียด

รมว.คมนาคม ระบุ คนขับไม่ลดความเร็วขณะลงเขา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า รถคันที่เกิดเหตุเป็นรถเก่านอกระบบ ไม่ได้มาตรฐาน เพราะไม่มีการตรวจสภาพรถกลางปี ขณะที่จีพีเอสตรวจจับความเร็ว ยืนยันว่าความเร็วก่อนเกิดเหตุที่ 83 กม.ต่อชั่วโมง ตัวคนขับจึงมีพฤติกรรมเข้าข่ายประมาท

“จากข้อมูลที่เราจับได้ ความเร็วอยู่ในกรอบกฎหมาย 90 กม.ต่อชั่วโมง ความเร็วก่อนจะลงข้างทางอยู่ที่ 83 กม. แต่ถ้าดูจากที่เขาออกรถมา เขาขับไม่เร็ว ช่วงค่าเฉลี่ยก่อนถึงจุดเกิดเหตุก็ขับอยู่ประมาณ 90 กม.แต่ว่าขึ้นเขา ลงเขา ความเร็วทำอย่างนั้นไม่ได้ เราบังคับไว้ประมาณ 60 กม. ในการขับรถลงเขาต้องใช้เกียร์ต่ำ ถ้ามาที่ความเร็ว 80-90 กม.เขาไม่ชะลอความเร็ว ความเร็วจะสะสมทำให้มันเร็วขึ้น เรื่องนี้ต้องอยู่ที่วินัยของคนขับรถ เพราะป้ายสัญญาณเขาจะเตือนมาตลอด ต้องเคารพป้ายสัญญาณ ต้องเชื่อฟัง บอกให้ใช้เกียร์ต่ำก็ต้องทำ” นายอาคม กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่อนุญาตรับจดทะเบียนรถบัส 2 ชั้น อย่างเด็ดขาด แม้ก่อนหน้านี้จะมีการอนุโลมปรับลดความสูงจาก 4.30 เมตร เหลือ 4 เมตร สำหรับการจะทดเบียน

ผู้โดยสาร เชื่อ อุบัติเหตุเกิดจากความประมาท

วันนี้ ( 22 มี.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างของผู้เสียชีวิต 18 คน จากอุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้น ในจังหวัดนครราชสีมา เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเย็นที่ผ่านมา ท่ามกลางปริศนาว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้รถเสียหลักและพุ่งชนอย่างรุนแรง

ข้อมูลจากผู้ประสบเหตุทำให้มีข้อสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นเพราะรถเบรคแตก แต่ไทยพีบีเอสได้ข้อมูลอีกด้านจากนายสมปอง ปรีวิลัย ผู้รอดชีวิตที่นั่งอยู่ชั้นล่าง ฝั่งด้านซ้ายของรถ เขารอดชีวิตได้อย่างหวุดหวิดจากการที่มีสติ ทุบกระจกรถจนสามารถออกมาได้ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เหลือ ซึ่งเขาเชื่อว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของพนักงานขับรถ

“ผมมีสติตลอด ผมว่าเกิดจากความประมาทมากกว่า ขับเร็ว ขณะที่เขาอาจจะไม่ชินทาง เขาขึ้นสุดแล้ว เขาไม่ผ่อน เขาเหยียบ เหยียบไปเลย เขาคงต้องการแทรกรถสิบล้อ” นายสมปอง กล่าว

 

แต่สวนทางกับข้อมูลของ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับจากการสอบถามผู้ประสบอุบัติเหตุ ให้ข้อมูลว่าเกิดกลิ่นเหม็นไหม้จากท้ายรถ ก่อนที่จะเสียหลักพลิกคว่ำ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากระบบเบรคของรถมีปัญหา

“ถนนเส้นนี้เมื่อวิ่งลงมาจะเข้าโค้งเลย แล้วก็มีโค้งต่ออีก ทั้งที่จริงๆ แล้วดูเหมือนไม่ลาดชันมากเท่าไหร่ แต่ถ้าลงมาเร็วๆ จะคุมรถยาก เท่าที่ฟังข้อมูลคาดว่าน่าจะเบรคแตก เพราะว่าผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ เขาคงจะไม่มีเจตนาปกป้องคนขับรถ เขายืนยันว่ารถมาไม่เร็วในช่วงผ่านอำเภอวังน้ำเขียว” นายวิเชียร กล่าว

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน