มทภ.4 ตอบโต้กลุ่มมาราปาตานี หลังชี้ "พาคนกลับบ้าน" แค่จัดฉาก

มทภ.4 ตอบโต้กลุ่มมาราปาตานี หลังชี้ "พาคนกลับบ้าน" แค่จัดฉาก

มทภ.4 ตอบโต้กลุ่มมาราปาตานี หลังชี้ "พาคนกลับบ้าน" แค่จัดฉาก

รูปข่าว : มทภ.4 ตอบโต้กลุ่มมาราปาตานี หลังชี้ "พาคนกลับบ้าน" แค่จัดฉาก

แม่ทัพภาคที่ 4 ตอบโต้กรณีที่กลุ่มมาราปาตานีตั้งข้อสังเกตว่าโครงการพาคนกลับบ้าน และการประกาศเขตพื้นที่ปลอดภัย 14 เขต เป็นเพียงการจัดฉาก โดยระบุว่า เป็นการสะท้อนความเห็นของผู้เสียผลประโยชน์ที่กำลังสูญเสียมวลชน

วันนี้ (24 มี.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกมาแสดงข้อห่วงใยต่อการดำเนินนโยบายหลายอย่างของกองทัพภาคที่ 4 ของกลุ่มมาราปาตานี ที่นำโดยนายสุกรี ฮารี ตัวเเทนกลุ่มบีอาร์เอ็น ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายมาราปาตานี โดยเฉพาะการดำเนินโครงการพาคนกลับบ้าน และการจัดทำพื้นที่ปลอดภัย 14 เขต ซึ่งมาราปาตานีมองว่าอาจสร้างความสับสนในการทำงาน และสะท้อนถึงการขาดเอกภาพภายในฝ่ายไทย

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช เเม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ไม่กังวลต่อการเเถลงข่าวของมาราปาตานี เพราะการดำเนินงานในโครงการพาคนกลับบ้านเดินมาถูกทางเเล้ว แต่อาจทำให้ผู้เสียผลประโยชน์ที่เริ่มสูญเสียมวลชนอาจเกิดความไม่พอใจ เช่นเดียวกับการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย 14 เขต ก็เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 4 ที่ต้องดูเเลพื้นที่อยู่เเล้ว พร้อมเน้นย้ำว่าการดำเนินโครงการของรัฐไม่ใช่การจัดฉาก เพราะไม่ใช่การเเสดงละคร เเต่เป็นความพยายามเเก้ปัญหาของพื้นที่ เเละย้ำว่าไม่เคยมีความขัดเเย้งกับคณะพูดคุยสันติสุข เนื่องจากทราบดีว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในฐานะผู้ปฏิบัติงานก็ต้องทำตามอยู่เเล้ว ส่วนการตั้ง safety house หรือศูนย์ปฏิบัติงานร่วมระหว่างรัฐไทย กับมาราปาตานีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากมีตัวเเทนของมาราปาตานีมาร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ก็พร้อมจะดูเเลเหมือนคนอื่นๆ แต่ผู้ที่กระทำความผิด ก็ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม

ด้าน ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์จังหวัดชายเเดนภาคใต้ กล่าวว่า แนวโนบายของกองทัพภาคที่ 4 ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคในการพูดคุยสันติสุข แต่ในระดับพื้นที่ เจ้าหน้าที่บางคนอาจไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่วางไว้ จึงอาจส่งผลต่อบรรยากาศการพูดคุยอยู่บ้าง และมองว่าการออกมาเปิดเผยตัวของกลุ่มบีอาร์เอ็นในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายมาราปาตานีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าบีอาร์เอ็นต้องการเเสดงบทบาทในฐานะองค์กรหลักในการพูดคุย ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้เกิดความชัดเจน และบีอาร์เอ็นอาจต้องการใช้โอกาสนี้สื่อสารไปยังสมาชิกของบีอาร์เอ็นในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าร่วม

ผศ.ศรีสมภพ กล่าวอีกว่า การเลื่อนการตั้ง safe house ก่อนคัดเลือกพื้นที่ปลอดภัย หรือ safety zone จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนเมษายน ถือว่าไม่ใช่เรื่องเเปลก เพราะกระบวนการสันติภาพ หากมีการเร่งรัด ทั้งที่ยังไม่มีความพร้อม อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี และจะทำให้เกิดข้อโต้แย้งได้

 

 

กลับขึ้นด้านบน