ป.ป.ช.รวบ อดีตสารวัตร หนีหมายจับคดีโกงเงินตรวจจับควันดำ

ป.ป.ช.รวบ อดีตสารวัตร หนีหมายจับคดีโกงเงินตรวจจับควันดำ

ป.ป.ช.รวบ อดีตสารวัตร หนีหมายจับคดีโกงเงินตรวจจับควันดำ

รูปข่าว : ป.ป.ช.รวบ อดีตสารวัตร หนีหมายจับคดีโกงเงินตรวจจับควันดำ

ป.ป.ช.รวบ อดีตสารวัตรจราจร หนีหมายจับคดีจับโกงเงินตรวจจับควันดำ ก่อนคดีหมดอายุความ 1 เดือน

วันนี้ (29 มี.ค.2561) เมื่อเวลา 11.00 น. นายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำตัว พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ศรีสวัสดิ์กุล อดีตสารวัตรกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีหลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ได้ที่บ้านพักย่านเตาปูนในช่วงเช้าที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มี.ค.2555 คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ศรีสวัสดิ์กุล อดีตสารวัตรกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) จากพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์และเบียดบังทรัพย์สิน เนื่องจากตั้งแต่ปี 2541 ได้มีการร้องเรียนว่า พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ยักยอกเงินด้วยการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ด้วยการอ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแสตรวจจับรถบรรทุกควันดำเพื่อรับเงินส่วนต่างร้อยละ 20 ซึ่งมีการดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง โดย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ได้แจ้งผลการปฎิบัติงานว่ามีผู้แจ้งเบาะแสในการตรวจจับควันดำแต่ในความเป็นจริงเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเองซึ่งตามปกติตำรวจจะได้เงินจากการปฎิบัติการร้อยละ 50 แต่เมื่ออ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแส จะได้รับเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 จากสถิติการจับกุมคดีดังกล่าวมีวงเงิน 8,000,000 บาท ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดทำให้รัฐสูญเงินกว่า 2,000,000 บาท

“ที่ผ่านมาพบว่า พ.ต.ท.สุรศักดิ์ได้ทำหลักฐานเท็จอ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแสทุกครั้ง ทั้งที่เป็นการตั้งด่านจับกุมของตำรวจเอง โดยจากรายงานพบว่า ที่ผ่านมา มีวงเงินค่าปรับกว่า 8,000,000 บาท และมีส่วนต่างที่ยักยอกไปกว่าร้อยละ 20 หรือราว 2 ล้านบาท " นายสุทธิกล่าว

กรณีดังกล่าว มีการดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2541 หลังมีผู้ร้องเรียนและได้มีการยื่นเรื่องมาที่ ป.ป.ช.จนมีมติชี้มูลความผิด และ ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องและนัดนาย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ให้ไปรายงานตัว แต่ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ หลบหนี ป.ป.ช.จึงขอศาลออกหมายจับ จนกระทั่งมีการติดตามตัวและมาจับกุมตัวได้ที่บ้านพักย่านเตาปูน

เบื้องต้นทาง ป.ป.ช.ได้ฝากขังที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ 1 คืน ก่อนที่จะนำตัวไปส่งให้อัยการในวันพรุ่งนี้ (30 มี.ค.2561) เวลา 11.00 น. โดยคดีจะหมดอายุความในวันที่ 30 เม.ย.นี้

กลับขึ้นด้านบน