จีน-สหรัฐฯ โต้กันด้วยกำแพงภาษี กระทบเศรษฐกิจเอเชีย

จีน-สหรัฐฯ โต้กันด้วยกำแพงภาษี กระทบเศรษฐกิจเอเชีย

จีน-สหรัฐฯ โต้กันด้วยกำแพงภาษี กระทบเศรษฐกิจเอเชีย

รูปข่าว : จีน-สหรัฐฯ โต้กันด้วยกำแพงภาษี กระทบเศรษฐกิจเอเชีย

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั้งสหรัฐอเมริกาและเอเชียปรับตัวลดลงหลังจีนบังคับใช้มาตรการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ วานนี้ ขณะที่สหรัฐอเมริกา ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการบิดเบือนระบบตลาดโลก

วันนี้ (3 เม.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โฆษกทำเนียบขาวประกาศว่า มาตรการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกาจำนวน 128 รายการของจีนเป็นการทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังเป็นการบิดเบือนระบบตลาดโลกอีกด้วย


มาตรการดังกล่าวกำหนดให้จัดเก็บภาษีอะลูมิเนียมและเนื้อหมูแช่แข็งเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 และจัดเก็บภาษีอาหารประเภทผลไม้สด ผลไม้อบแห้ง และไวน์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ทำให้มีสินค้าที่ได้รับผลกระทบ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 99,000 ล้านบาท


สำหรับการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกายังส่งผลให้ดัชนีเอสแอนด์พี ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.2 ขณะที่ดัชนีนิคเคอิของญี่ปุ่นเปิดตลาด ปรับตัวลดลง ร้อยละ 1.5 เนื่องจากเกิดความกังวลใจถึงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา


ขณะที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังจีน ระบุว่า มาตรการดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและตอบโต้การประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา

กลับขึ้นด้านบน