ม.รังสิต ขอใช้ ม.44 ปลดล็อก "กัญชา" ดันงานวิจัยช่วยผู้ป่วยมะเร็ง

ม.รังสิต ขอใช้ ม.44 ปลดล็อก "กัญชา" ดันงานวิจัยช่วยผู้ป่วยมะเร็ง

ม.รังสิต ขอใช้ ม.44 ปลดล็อก "กัญชา" ดันงานวิจัยช่วยผู้ป่วยมะเร็ง

รูปข่าว : ม.รังสิต ขอใช้ ม.44 ปลดล็อก "กัญชา" ดันงานวิจัยช่วยผู้ป่วยมะเร็ง

มหาวิทยาลัยรังสิต เสนอ คสช.ใช้ ม.44 ปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติด ผลักดันงานวิจัยสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากลดอาการปวดและคลื่นไส้ให้กับผู้ป่วยมะเร็ง หลังไม่สามารถทดลองในคนได้ เหตุติดกฎหมายยาเสพติด


"ตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา" เป็นการวิจัยเบื้องต้นในหลอดทดลอง ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นำสารสกัดจากกัญชาที่มีส่วนประกอบของสาร THC และสาร CBD ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ เพื่อนำมาใช้ในการบำบัดรักษาอาการปวดจากโรคมะเร็ง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด เมื่อผู้ป่วยฉีดพ่นเข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุในช่องปาก ตัวยาสามารถดูดซึมได้ทันที แตกต่างจากยารับประทานที่ตัวยาหรือสารสำคัญจะถูกสารในร่างกายทำลายได้ ตัวยาในรูปแบบสเปรย์จะไม่ถูกทำลายที่ตับและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า

การศึกษาวิจัยผลของสาร THC จากกัญชาต่อเซลล์มะเร็งทางเดินน้ำดีในหลอดทดลอง ผลการวิจัยสรุปว่าสาร THC มีฤทธิ์ลดการเจริญเติบโตและลดการลุกลามของเซลล์มะเร็ง ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลการศึกษาในสัตว์ทดลองและคนต่อไป แต่กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตามกฎหมาย นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต จึงเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ปลดล็อกกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง

สำหรับการวิจัยครั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตได้รับมอบกัญชาของกลาง 40 กิโลกรัม จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แต่ในอนาคตหากปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดประเภทที่ 5 ทางมหาวิทยาลัยจะทำแปลงปลูกในระบบปิด แทนการนำกัญชากองกลางมาสกัด เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าบางส่วนไม่ได้คุณภาพและมีเชื้อรา

 

 

กลับขึ้นด้านบน