ครอบครัวชี้ "เดิมพันชีวิต" แจงปมโซเชียล เก๋งวิ่งไม่หลบรถฉุกเฉิน

ครอบครัวชี้ "เดิมพันชีวิต" แจงปมโซเชียล เก๋งวิ่งไม่หลบรถฉุกเฉิน

ครอบครัวชี้ "เดิมพันชีวิต" แจงปมโซเชียล เก๋งวิ่งไม่หลบรถฉุกเฉิน

รูปข่าว : ครอบครัวชี้ "เดิมพันชีวิต" แจงปมโซเชียล เก๋งวิ่งไม่หลบรถฉุกเฉิน

บุตรสาวของชายชาวครบุรี จ.นครราชสีมา ที่เสียชีวิตในระหว่างเดินทางกลับไปโรงพยาบาลครบุรี ให้ญาติดูใจเป็นครั้งสุดท้าย ระบุอโหสิกรรมรถเก๋งสีแดง ไม่ยอมหลบรถส่งต่อที่มีพ่อของเธอในรถ ฝาก "ขอน้ำใจ"หากเห็นรถฉุกเฉินหมายถึงมีชีวิตเป็นเดิมพัน

กรณีเหตุการณ์รถฉุกเฉินเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน ขอทางขณะรีบนำผู้ป่วยวิกฤตส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางในช่องเลนขวามีรถเก๋งไม่ยอมหลบ ขับชะลอความเร็วอยู่เลนขวา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว

วันนี้ (9 เม.ย.2561) กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์รถฉุกเฉินคันหนึ่งเปิดไซเรนขอทาง ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีผู้ป่วยต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ในช่องเลนขวานั้นได้มีรถเก๋งสีแดง ไม่ยอมหลบขับแช่อยู่เลนขวา

ซึ่งรถฉุกเฉินโรงพยาบาลครบุรี จ.นครราชสีมา อยู่ระหว่างนำตัวนายประสิทธิ์ แรมครบุรี ชาวบ้านสระผักโพด ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เดินทางจากย่านลาดกระบัง เพื่อกลับภูมิลำเนาให้ญาติดูใจเป็นครั้งสุดท้าย แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลครบุรี ผู้ป่วยก็เสียชีวิตแล้ว ซึ่งครอบครัวได้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสระผักโพด ต.ครบุรีใต้

สายใจ แรมครบุรี ลูกสาว เปิดเผยว่า ครอบครัวได้ย้ายไปทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง โดยพ่อทำงานรักษาความปลอดภัย กระทั่งเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา โรคหอบหืดกำเริบอย่างกะทันหัน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลลาดกระบัง

แพทย์ลงความเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการสมองขาดออกซิเจน หากรักษาก็อาจเป็นเจ้าชายนิทรา ครอบครัวจึงตัดสินใจส่งตัวกลับมาพักที่โรงพยาบาลครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งใกล้กับบ้านเกิด เพื่อหวังว่าจะให้บรรดาญาติพี่น้องทั้งหมดได้มาดูใจกันเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเสียก่อน

บุตรสาวผู้เสียชีวิต ครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ติดใจเอาความ และขออโหสิกรรมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะอยากให้พ่อจากไปสู่สุขคติ 

แต่ก็อยากฝากบอกว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ ควรมีน้ำใจมากกว่านี้ เพราะรถฉุกเฉินที่ต้องเปิดไซเรน และไฟขอทางนั้นมีผู้ป่วยอยู่ในรถ ส่วนใหญ่ต้องรีบส่งตัวไปทำการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะมีชีวิตเป็นเดิมพัน

แม้ว่ากรณีของพ่อตนเอง ครอบครัวพอที่จะทำใจได้แล้ว แต่ก็อยากให้พ่อไปถึงบ้านโดยยังมีลมหายใจเพื่อให้ญาติพี่น้องได้มาพบหน้าเป็นครั้งสุดท้าย  

 

กลับขึ้นด้านบน