มูลนิธิสืบฯ เทียบฎีกาเก่าคาด "เปรมชัย"โทษหนักสุดคุก 10 ปี

มูลนิธิสืบฯ เทียบฎีกาเก่าคาด "เปรมชัย"โทษหนักสุดคุก 10 ปี

มูลนิธิสืบฯ เทียบฎีกาเก่าคาด "เปรมชัย"โทษหนักสุดคุก 10 ปี

รูปข่าว : มูลนิธิสืบฯ เทียบฎีกาเก่าคาด "เปรมชัย"โทษหนักสุดคุก 10 ปี

มูลนิธิสืบฯ วิเคราะห์ความผิดและโทษของนายเปรมชัย หลังอัยการสั่งฟ้องคดีล่าสัตว์ปาทุ่งใหญ่ 6 ข้อหา โดยเทียบกับฎีกาคดีล่าสัตว์ป่าในอดีต คาดน่าจะมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ไม่น่าจะรอลงอาญา ขณะที่วันนี้ นายเปรมชัย รายงานตัวศาลทองผาภูมิ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อ

วันนี้ (9 เม.ย.2561) นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร พร้อมด้วย น.ส.อรยุพา สังขะมาน ฝ่ายวิชาการเฟซบุ๊กไลฟ์ “วิเคราะห์ความผิดและโทษ หลังอัยการสั่งฟ้องคดีล่าสัตว์ปาทุ่งใหญ่” ของกลุ่มนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเว๊ลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ โดยถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เนื้อหาการพูดคุยครั้งนี้มีการนำชาร์จข้อกล่าวหาทั้ง 9 ข้อที่ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีล่าสัตว์ป่า มาวิเคราะห์เป็นรายข้อกล่าวหาว่าแยกเป็นความผิด และโทษเป็นรายข้อหา ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ทีจัดเวทีวิเคราะห์ต่อจากเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา

น.ส.อรยุพา กล่าวว่า จากประเมินจากที่อัยการสั่งฟ้องใน 6 ข้อหา นายเปรมชัย คดีล่าสัตว์ป่าโดยเทียบกับฎีกาเทียบเคียงกับคดีเก่าๆ พบว่าเมื่อสิ้นสุดจะมีการตัดสินดังนี้ คดีพกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่รับอนุญาต เจอ 2 คดีมีโทษสูงสุดประมาณ 6 เดือน ส่วนสำหรับความผิดล่าสัตวืป่าในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เจอ 1 คดีโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง เจอ 1 คดีโทษสูงสุด 1 ปี 6 เดือน และครอบครองซากสัตว์ป่า เจอ1 คดีโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี 6 เดือน

ส่วนที่ยังมีไม่เจอฎีกา คือ ซ่อนเร้นซากสัตว์ป่ามี โทษสูงสุดไม่เกิน 1 ปี แต่คาดเดาว่าน่าจะลงครึ่งหนึ่งของโทษเต็ม ส่วนการเก็บหาของป่าสงวนฯ ยังไม่เจอคดีที่ตัดสินแล้วเสร็จ แต่โทษสูงสุด 1 -10 ปี หากลดลงครึ่งหนึ่งก็จะเหลือประมาณ5 ปี แต่ทั้งนี้ขอบอกว่าเป็นการวิเคราะห์จากโทษในคดีเก่าที่เคยตัดสินมาแล้ว ส่วนคดีของนายเปรมชัย ยังต้องรอจนกว่าจะเข้าสู่ศาล 

ทั้งนี้ คาดว่าศาลชั้นต้นน่าจะเริ่มกระบวนการฟ้องร้อง และจบประมาณปลายปี เพราะขณะนี้สำนวนถึงอัยการทั้งหมด  แต่อาจจะต้องรอดูว่าจะสั่งฟ้องเมื่อไหร่ เพราะเป็นการแถลงว่าจะฟ้อง แต่ตอนนี้รอตำรวจโต้แย้งอยู่

ด้านนายศศิน วิเคราะห์ว่าคดีนี้จะมีอายุความถึง 15 ปีที่จะติดตัวนายเปรมชัยไป ถ้าได้รับโทษก็จะมีโอกาสจะติดคุกหลายปี เพราะถ้ารวมคดีต่างๆ ร่วมกับเรื่องการติดสินบน และคดีต่างๆ และทั้งหมดเป็นการคาดการณ์เท่านั้น และนับจากนี้ มูลนิธิสืบฯ ยังเกาะติดอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะนำขึ้นสู่ชั้นศาลชั้นต้น ถึงจะรู้ว่าสำนวนที่ตำรวจเขียนส่งสำนวน ที่มีการพูดจาแข็งขันทั้ง 2 ฝ่ายจะมีช่องโหว่ให้ทนายเจาะข้ออ่อนได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้คงเต้องว่าไปตามกฎหมาย ถ้าทำผิดก็เป็นตามดุลยพินิจของศาลว่าออกมาแนวทางไหน

เมื่อครบรอบ 3 เดือนจะมีการแถลงจะจัดกิจกรรม เพราะสืบไม่ยอมรับการกระทำแบบนี้ของคณะนายเปรมชัย และสังคมก็ต้องแสดงออกตลอดการดำเนินคดีนี้ด้วย 

 

เปรมชัยรายงานตัวศาลทองผาภูมิ 

วันเดียวกัน ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายเปรมชัย  พร้อมทนายความ เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาลเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ได้รับการประกันตัวจากศาลไป ในวงเงินคนละ 1.5แสนบาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ก.พ.นี้ รวมระยะเวลาจากวันแรก ที่ถูกเจ้าหน้าที่ส่งตัวดำเนินคดี เป็นเวลา 2 เดือน 3วัน

นายเปรมชัย ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ มีเพียงทนายความที่กล่าวเพียงสั้นๆว่า วันนี้นายเปรมชัยพร้อมพวก มารายงานตัวต่อศาล ไม่มีอะไรมาก จากนั้นได้รีบเดินเข้าไปในที่ทำการศาลจ.ทองผาภูมิทันที

ต่อมา คณะของนายเปรมชัยได้เดินออกจากที่ทำการศาลจังหวัดทองผาภูมิ ซึ่งใช้เวลาขึ้นไปรายงานตัวต่อ ศาลประมาณ 30 นาที และรีบตรงไปขึ้นรถโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด มีเพียงนายวิทูล พรายเเย้ม ทนายความกล่าวสั้น ๆ ว่า วันนี้มารายงานตัวเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งศาลนัดรายตัวครั้งต่อไป ผลัดที่ 6 ครั้งที่ 3 ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ จากนั้นคนขับได้รีบขับรถออกจากศาล จ.ทองผาภูมิไปทันที

 


 

กลับขึ้นด้านบน