รู้ไหม “สงกรานต์ไทย” มีมาแต่เมื่อใด

รู้ไหม “สงกรานต์ไทย” มีมาแต่เมื่อใด

รู้ไหม “สงกรานต์ไทย” มีมาแต่เมื่อใด

รูปข่าว : รู้ไหม “สงกรานต์ไทย” มีมาแต่เมื่อใด

ไทยพีบีเอสออนไลน์ พาทุกท่านย้อนดู “สงกรานต์ไทย” ในวันวาน ซึ่งมีหลักฐาน ระบุว่า เริ่มมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งเป็นการเข้าวัด ทำบุญ รดน้ำขออโหสิกรรมผู้ใหญ่ เนื่องในการตัดปีเก่าเข้าถึงปีใหม่ จนได้รับอิทธิพลการสาดน้ำและปืนฉีดน้ำมาจากเมียนมา

เปิดที่มาสงกรานต์ไทยสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
จากประพรมน้ำสู่สาดน้ำฮาร์ดคอร์ยันกลางคืน

งานวิจัยของ ผศ.ดร.อำพล นววงศ์เสถียร เปิดเผยว่า ประเพณีสงกรานต์ไม่ปรากฏชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ชนชาติไทยรับเอาประเพณีสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่มานับพันปีแล้ว แต่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งปรากฏอยู่ในกฎมณเฑียรบาล สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถซึ่งเป็นพิธีการเกี่ยวกับการตัดจากปีเก่าขึ้นสู่ปีใหม่

สำหรับประเพณีสงกรานต์ที่สืบทอดในประเทศไทยมี 2 แบบ คือ ประเพณีสงกรานต์ของหลวง เรียกว่า การพระราชกุศลสงกรานต์ และประเพณีของราษฎรที่จัดกันในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งจะจัดในวันที่ 13 - 15 เม.ย. มีกิจกรรมที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นประเพณี คือ ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธจะมีการสรงน้ำพระพุทธรูป และไปทำบุญที่วัด มีการแสดงความกตัญญู ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว และแสดงคารวะต่อผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยการรดน้ำขออโหสิกรรม อาจมีการเล่นน้ำกันพร้อมกับอวยพรให้แก่กัน รวมทั้งกิจกรรมการละเล่นรื่นเริงตามประเพณีท้องถิ่นนั้น ๆ มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน


ตอนหนึ่งในหนังสือของเสฐียรโกเศศที่กล่าวถึงการ “สาดน้ำ” สงกรานต์ในไทยและเมียนเมื่อร้อยปีก่อน ความว่า

เวลาบ่ายแดดตกวันสงกรานต์ เห็นเขาเล่นสาดน้ำรดกันหรือไม่ก็เล่น ปล้ำมอมหน้ากันอย่างสนุกสนาน เป็นการเล่นสนุกระหว่างพวกหนุ่มๆ สาวๆ ตลอดจนคนแก่ร้างและสาวทึนทึกกลางคนที่ยังสนุกอยู่ ก็เข้าร่วมเล่นสนุกด้วย เขาเล่นสนุกในหมู่ผู้ที่รู้จักกันไม่เกี่ยวไปถึงผู้อื่นที่ไม่รู้จัก และเล่นด้วยความยินดีสมัครใจ


เรื่องราวข้างต้นเป็นบรรยากาศสงกรานต์ราวทศวรรษ 2450 – 2470 สมัยก่อนเล่นสาดน้ำกันด้วยขันน้ำและตอนหลังมีคนมีปัญญาประดิษฐ์กระบอกฉีดน้ำทำจากไม้ไผ่และมีแบบที่เป็นเหล็กวิลาศด้วย ทำให้เล่นสงกรานต์กันได้สนุกสนานขึ้น

 

"เล่นน้ำ" สู่ "ปืนฉีดน้ำ"
ความสนุกที่เริ่มจากความขัดแย้ง

พฤติกรรมสาดน้ำอย่างก้าวร้าวรุนแรง มีผู้รู้อธิบายว่าน่าจะเริ่มขึ้นก่อนจากเมียนมา เพื่อแสดงออกทางการเมืองต่อต้านอังกฤษเจ้าอาณานิคม แต่น่าจะมีต้นเค้าจากประเพณีอื่นอีก ที่ควรสืบค้นต่อไปให้กว้างกว่านี้มีภาพลายเส้นจากหนังสือพิมพ์ของอังกฤษเจ้าอาณานิคม แสดงพฤติกรรมสาดน้ำ สงกรานต์ที่เมืองมัณฑะเลย์ในพม่า มากกว่า 100 ปีมาแล้ว ตรงกับไทยสมัย รัชกาลที่ 5 ฝรั่งขี่ม้า (ควรเป็นนายอังกฤษ) ทำท่าปิดป้องน้ำสงกรานต์จากกระบอกฉีดของผู้หญิงและเด็กพื้นเมือง ซึ่งก็คงเป็นชาวพม่า ท่าทางฝรั่งขี่ม้าไม่สนุก แต่ผู้หญิงและเด็กสนุกมาก กระบอกฉีดน้ำที่เห็นในรูปลายเส้นมี ๒ แบบ แบบหนึ่งเป็นกระบอกไผ่ทั่วไป มีลูกสูบดูดน้ำเข้ากระบอก (ใช้วิธีเดียวกับหลอดเข็มฉีดยา) แล้วอัดฉีดให้น้ำพุ่งไปที่เป้าหมาย อีกแบบหนึ่งเป็นกระบอกน้ำเต้าสลักเป็นรูปนกหรือไก่ไม่เคยพบว่าสมัยก่อนๆ มีสาดน้ำรุนแรงใส่กัน จึงเพิ่งมีสาดน้ำรุนแรงในไทยสมัยหลัง


อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการเล่นสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ค่อยๆ เปลี่ยนไปหลังทศวรรษ 2470 - 2480 ดังที่เสฐียรโกเศศเล่าให้ฟังว่า 

การสาดน้ำเล่นสนุกกันวันสงกรานต์ในหมู่พวกชาวบ้านหรือในหมู่พวกกันเอง ก็ขยายตัวกลายเป็นมีคนอื่นเข้ามาแทรกแซงร่วมสนุกด้วย ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ สาดน้ำไม่เลือกว่าใคร ซ้ำเจ้าพวกเด็กๆ ก็เล่นแผลงๆ ใช้น้ำลูกแมงลักที่เขาตั้งไว้ให้กินเป็นทาน หรือร้ายยิ่งกว่านั้นใช้น้ำสกปรกโสมมหรือน้ำที่ทำให้เกิดผื่นคัน สาดรดไม่เลือก... (บางครั้ง) เกิดอันตรายรถทับเด็กก็มี เพราะมุ่งแต่จะเล่นสาดไม่ระวังรถให้ดี


ช่วงปี 2530 เมื่อชุมชนเล็กชุมชนน้อยมีไฟฟ้าใช้อย่างกว้างขวางและได้เห็นตัวอย่างสงกรานต์กรุงเทพฯ จากโทรทัศน์ ทำให้ค่อยๆ สาดน้ำรุนแรงขึ้นตามแบบสงกรานต์ถนนข้าวสาร ของกรุงเทพฯ และคนที่เล่นสงกรานต์ดื่มเหล้ามากขึ้น รวมถึงสถิติอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

 

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทำไมไทยเล่นน้ำ "สงกรานต์" จากกลางวันสู่กลางคืน?

 เปิดใจ 3 อาชีพ กับภารกิจไม่มีวันหยุด (เทศกาล)

สทท.คาดสงกรานต์เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน กระแสฮิตแต่งกายชุดไทยดันท่องเที่ยวบูม

ผลิตไม่ทัน! ยอดสั่ง “โจงกระเบน” ใส่สงกรานต์พุ่ง

น่าสนใจทั้ง 10 ที่ แล้วจะเที่ยวสงกรานต์ที่ไหนดี?

 รู้ไว้ไม่ผิด 6 ข้อ ก่อนเที่ยวสงกรานต์

ทช.แนะนำ 8 เส้นทางเลี่ยงรถติดช่วงสงกรานต์

 

กลับขึ้นด้านบน