สทท.คาดสงกรานต์เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน กระแสฮิตแต่งกายชุดไทยดันท่องเที่ยวบูม

สทท.คาดสงกรานต์เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน กระแสฮิตแต่งกายชุดไทยดันท่องเที่ยวบูม

สทท.คาดสงกรานต์เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน กระแสฮิตแต่งกายชุดไทยดันท่องเที่ยวบูม

รูปข่าว : สทท.คาดสงกรานต์เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน กระแสฮิตแต่งกายชุดไทยดันท่องเที่ยวบูม

เทศกาลสงกรานต์สร้างรายได้ให้ไทยในแต่ละปีไม่น้อย โดยในระยะหลังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลายเป็นพระเอกแทนอุตสาหกรรมส่งออกไปแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนหนึ่งถึงกับวางแผนเที่ยวไทยช่วงสงกรานต์โดยเฉพาะ เนื่องจากติดใจในประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์วิถีไทย

อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ สทท. เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประมาณ 530,000 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปีที่แล้ว และมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 9,300 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จากปีที่แล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มาจากฝรั่งเศส ไต้หวัน เกาหลี จีน รัสเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

รัฐเพิ่มวันหยุด หนุนท่องเที่ยวท้องถิ่น

สำหรับตลาดในประเทศ คาดว่านักท่องเที่ยวชาวไทยจะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 3,000,000 คน/ครั้ง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และเม็ดเงินสะพัด 10,000 ล้านบาทเศษ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ถ้ารวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติแล้ว จะสามารถสร้างรายได้เกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลประกาศเพิ่มวันหยุด ทำให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยเดินทางกลับภูมิภาคเพิ่มมากขึ้นในปีนี้


ส่วนจังหวัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุบลราชธานี และขอนแก่น ขณะที่จังหวัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่วนใหญ่จะทั่วๆ ไป และเป็นจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากคนไทยจะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงนี้อยู่แล้ว จึงถือโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงด้วย

ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 57,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 3,000 บาทต่อวัน ส่วนในช่วงเทศกาลจะเพิ่มเป็นคนละ 5,000 บาทต่อวัน นอกจากนี้ การที่ภาครัฐออกมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด เชื่อว่าจะช่วยให้การท่องเที่ยวในจังหวัดดังกล่าวเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยคาดว่าเทศกาลสงกรานต์จะมีการใช้จ่ายในเมืองรองเพิ่มมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มักจะเกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ขับรถไปเอง ขอฝากเตือนเรื่องของการระมัดระวังในการเดินทาง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ และจากสถิติที่ผ่านมา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องระบบขนส่งและความปลอดภัยด้วย

 
กระแสออเจ้าหนุนแต่งชุดไทยเที่ยวสงกรานต์

อิทธิฤทธิ์ กล่าวอีกว่า จากกระแสของละครดัง คาดว่าจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวไทยไปท่องเที่ยวโบราณสถานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะมีการกระตุ้นจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการแต่งกายด้วยชุดไทยเที่ยวสงกรานต์ ซึ่งเป็นกระแสหนึ่งจากละครเรื่องนี้ จะทำให้มีการไปท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญๆ โดยเฉพาะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ลพบุรี อาจจะเพิ่มมากขึ้น และกระแสการแต่งกายแบบไทยอาจจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นการสร้างสีสันอีกแบบหนึ่งของคนไทย และมองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะหันมาแต่งกายชุดไทยด้วย เนื่องจากต้องการสัมผัสวิถีความเป็นไทย และกระแสนี้ยังจะไปลดการแต่งกายล่อแหลมอย่างปีที่ผ่านมา จากกระแสวัฒนธรรมไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยได้มาก


ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดว่าสงกรานต์ปีนี้เงินสะพัดกว่า 24,140 ล้านบาท 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์วันที่ 12-16 เมษายน 2561 คนกรุงฯ จะมีการจับจ่ายใช้สอยคิดเป็นเม็ดเงิน 24,140 ล้าน ขยายตัวร้อยละ 5.0 จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ทั้งการเพิ่มวันหยุดและมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง

ทั้งนี้ เม็ดเงินค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 แยกเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่ม) 9,200 ล้านบาท ค่าที่พัก/เดินทาง 6,300 ล้านบาท ช็อปปิ้ง 4,500 ล้านบาท ทำบุญไหว้พระ 2,040 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ให้เงินผู้ใหญ่ในครอบครัว ค่าเที่ยวสถานที่ต่างๆ/ดูหนังฟังเพลง/เล่นน้ำ 2,100 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในทุกกิจกรรมมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และงบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,600 บาท


อย่างไรก็ดี หากพิจารณาในบางกิจกรรมอย่าง การช้อปปิ้งและทำบุญไหว้พระ ก็พบว่า มีอัตราการขยายตัวที่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคนยังระมัดระวังกับการใช้จ่ายอยู่ ทำให้งบประมาณที่จัดสรรไว้สำหรับการใช้จ่ายในส่วนนี้อาจจะไม่เพิ่มจากปีที่แล้วมากนัก

คนกรุงฯ กว่า 53.0% เลือกวางแผนทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ ช่วงสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปี ก่อน รองลงมา คือ กลับบ้านต่างจังหวัด 27% และท่องเที่ยว 20% ประเด็นที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมคนกรุงฯเริ่มเปลี่ยน จากเดิมที่นิยมกลับบ้านต่างจังหวัดหรือวางแผนเดินทางท่องเที่ยว เปลี่ยนมาเป็นเลือกอยู่ในกรุงเทพฯ


คนกรุงฯ ที่เลือกอยู่ในกรุงเทพ บางส่วนมีแนวโน้มหันมาท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงที่สามารถเช้าไปเย็นกลับเพิ่มมากขึ้น โดยจังหวัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ อยุธยาซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากละครย้อนยุคเชิงประวัติศาสตร์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่รวมถึงการเลือกท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯซึ่งสถานที่ยอดนิยมที่คนกรุงฯยังให้การตอบรับมากก็คือ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ และย่านสีลม (ที่มีกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงสงกรานต์

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

รู้ไหม “สงกรานต์ไทย” มีมาแต่เมื่อใด

ทำไมไทยเล่นน้ำ "สงกรานต์" จากกลางวันสู่กลางคืน?

เปิดใจ 3 อาชีพ กับภารกิจไม่มีวันหยุด (เทศกาล)

น่าสนใจทั้ง 10 ที่ แล้วจะเที่ยวสงกรานต์ที่ไหนดี?

ผลิตไม่ทัน! ยอดสั่ง “โจงกระเบน” ใส่สงกรานต์พุ่ง

รู้ไว้ไม่ผิด 6 ข้อ ก่อนเที่ยวสงกรานต์

ทช.แนะนำ 8 เส้นทางเลี่ยงรถติดช่วงสงกรานต์

 

กลับขึ้นด้านบน