พายุฤดูร้อนพัดถล่ม "ราชบุรี-พิจิตร-แม่ฮ่องสอน"

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม "ราชบุรี-พิจิตร-แม่ฮ่องสอน"

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม "ราชบุรี-พิจิตร-แม่ฮ่องสอน"

รูปข่าว : พายุฤดูร้อนพัดถล่ม "ราชบุรี-พิจิตร-แม่ฮ่องสอน"

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม จ.ราชบุรี ทำให้หลังคาศาลาหน้าโบสถ์วัดเกาะเจริญธรรมพังทั้งหลัง และเต็นท์รถมือ 2 หลังพังทับรถเสียหาย 9 คัน ส่วนที่ จ.พิจิตร เกิดพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย ขณะที่ จ.แม่ฮ่องสอน พายุฤดูร้อนถล่มหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่า

เมื่อวานนี้ (17 เม.ย.2561) เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำใน จ.ราชบุรี ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนน จนรถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ ส่วนที่เต็นท์ขายรถยนต์มือ 2 ริมถนนสายห้วยไผ่-น้ำพุ หมู่ 10 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังคาเต็นท์รถได้ถูกพายุพัดจนเสาเต็นท์หลุดจากพื้นและพังลงมาทับรถยนต์ที่จอดอยู่ในเต็นท์จำนวน 9 คันได้รับความเสียหาย หลังคารถยุบและสีรถมีรอยขีดข่วน หลังเกิดเหตุ ทาง อบต.เจดีย์หัก ได้นำรถยกมาทำการยกหลังคาขึ้น เพื่อทยอยนำรถที่เสียหายออกมาด้านนอก ส่วนที่วัดเกาะเจริญธรรมใน อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ทำให้ศาลาหลังใหญ่ที่อยู่หน้าโบสถ์ที่เพิ่งจะสร้างมา 1 ปี พังครืนลงมาทั้งหลัง รูปปั้นต่างๆ ที่อยู่ในศาลาถูกทับพังเสียหายทั้งหมด

 

 

 

ส่วนที่ จ.พิจิตร เกิดพายุฤดูร้อน ส่งผลให้บ้านของนายวิสูตร แสนสุข หลังคาถูกลมพัดปลิวเสียหาย และแรงลม ทำให้โครงเหล็กของเสาหอกระจายข่าวสูงเกือบ 10 เมตร ของ หมู่ 3 ต.ท่าฬ่อ อ.เมืองพิจิตร พังลงมาทับหลังคา บ้านนายวิสูตรซ้ำอีก โชคดีที่สมาชิก ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ไม่มีใครได้รับอันตราย

เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิจิตร สรุปยอดความเสียหายจากพายุฤดูร้อน พบมีบ้านเรือนในพื้นที่ 7 อำเภอ 10 ตำบล 22 หมู่บ้าน รวมแล้วมี 203 ครัวเรือน ที่กลายเป็นผู้ประสบภัย พร้อมเร่งออกสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นยังคงออกเตือนประชาชนว่าในช่วงนี้ยังต้องระวังพายุฤดูร้อนในพื้นที่ จ.พิจิตร

 

 

 

 

 

ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 อ.เมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปลัดอำเภอ เข้าไปสำรวจความเสียหายภายในหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่า หลังเกิดพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนประชาชนเสียหาย ทำให้เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ล้มลงมาปิดทับเส้นทางเข้าหมู่บ้าน รถยนต์ทุกชนิดและชาวบ้านไม่สามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้

 

 

 

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าบ้านเรือนราษฎรกะเหรี่ยงคอยาวถูกพายุพัดถล่มเสียหาย 4 หลังคาเรือน ร้านค้าขายของที่ระลึกถูกต้นไม้ล้มทับเสียหายทั้งหลัง เบื้องต้น ทหารได้นำถุงยังชีพจากกองทัพภาคที่ 3 ไปมอบให้ พร้อมกับนำเจ้าหน้าที่เสนารักษ์เข้าไปตรวจดูอาการและสภาพจิตใจของประชาชน

สำหรับความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนกะเหรี่ยงคอยาวและร้านค้า ยังไม่สามารถประเมินราคาได้ โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยทหาร และ อบต.จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน