สคบ.สุ่มตรวจแมนชันยอมลดค่าน้ำ-ไฟ แต่เพิ่มส่วนกลาง 200 บาท

สคบ.สุ่มตรวจแมนชันยอมลดค่าน้ำ-ไฟ แต่เพิ่มส่วนกลาง 200 บาท

สคบ.สุ่มตรวจแมนชันยอมลดค่าน้ำ-ไฟ แต่เพิ่มส่วนกลาง 200 บาท

รูปข่าว : สคบ.สุ่มตรวจแมนชันยอมลดค่าน้ำ-ไฟ แต่เพิ่มส่วนกลาง 200 บาท

วันแรก หลังประกาศ สคบ.คุมค่าน้ำ - ค่าไฟหอพัก อะพาร์ตเมนต์ สคบ.สุ่มตรวจรายแรก หลังมีการร้องเรียนว่าเจ้าของอ้างประกาศฉบับใหม่ แต่ขอบวกเพิ่มค่าส่วนกลางห้องละ 200 บาทต่อเดือน ค่าปั้มน้ำขึ้นแทงก์หน่วยละ 1.50 บาท ชี้ยังไม่มีความผิดแต่อาจหัวหมอ ต้องเรียกดูข้อมูล

หลังจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ออกประกาศคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคาร มีผลบังคับใช้วันแรกเมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา วันแรก ห้ามเจ้าของหอพักเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน ห้ามเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ เกินอัตราที่การไฟฟ้าและประปากำหนด

วันนี้ (2 พ.ค.61) นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการ สคบ.ลงพื้นที่สุ่มตรวจหอพัก "เกียรติพงษ์แมนชัน" ในซอยอินทามาระ 33 เขตดินแดง ซึ่งเป็นแมนชันขนาดใหญ่ โดยเลือกมาตรวจสอบหลังมีการร้องเรียนว่าผู้เช่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเจ้าของกิจการติดประกาศขอเปลี่ยนแปลงอัตราการเก็บค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการต่างๆ โดยอ้างประกาศของ สคบ.แต่จากการตรวจสอบพบว่าการประกาศแจ้งยังไม่ถูกต้องเพราะแจ้งเปลี่ยนเฉพาะค่าน้ำค่าไฟ แต่ยังมีเงื่อนไขข้อสัญญาที่ผู้ให้เช่าต้องแจ้งให้ผู้เช่าเรื่องสัญญาฉบับใหม่ เรื่องค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าประกันเสียหาย ค่าล่วงหน้าไม่เกิน 1 เดือน และตามระบบต้องเปลี่ยนสัญญาใหม่ทั้งหมด เงือนไขข้อห้าม ซึ่งผู้ให้เช่ายังไม่ทำ และอยู่ระหว่างการร่างสัญญาใหม่

 

 

นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขในสัญญาบางข้อที่ผู้ประอบการกำหนดขึ้นเอง เช่น กรณีผู้เช่าทำให้เกิดความเสียหายในห้องเช่า อาจจะยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ ในประเด็นนี้ทาง สคบ.แนะนำว่า ถ้าผู้ประกอบการต้องการเพิ่มรายละเอียดสัญญามากกว่าประกาศของ สคบ. ก็จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือในคณะกรรมการสัญญาเรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคาร เพื่อช่วยการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้ผู้เช่าถูกเอาเปรียบโดยจะพยายามกำหนดเกณฑ์กลางให้มากที่สุด เพราะขณะนี้มีอะพาร์ตเมนต์ หอพักกว่า 10,000 แห่ง ที่ต้องปรับตัว

ผู้เช่าโอดถูกเก็บค่าส่วนกลางเพิ่ม 200 บาท  

ขณะที่จากการสอบถามผู้พักอาศัยในอะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ บอกว่า ทางเจ้าของแมนชันได้นำประกาศมาติดให้ผู้เช่ารับทราบเกี่ยวกับระเบียบใหม่ที่ สคบ.เพิ่งออกมาเมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฎเงื่อนไขเพิ่มเติมเข้ามาคือการเก็บส่วนกลางห้องละ 200 บาท ซึ่งไม่เคยเก็บมาก่อน และขอเก็บค่าบำรุงรักษามาตรไฟฟ้าหน่วยละ 2.50 บาท ถึงแม้จะลดราคาค่ากระแสไฟฟ้าเหลือหน่วยละ 4.50 บาท ส่วนค่าน้ำประปาได้คิดเพิ่มค่าบริหารปั้มน้ำขึ้นใส่แทงก์น้ำหน่วยละ 1.50 บาท ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผู้เช่าถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มมากกว่าลดค่าใช้จ่ายจากค่าน้ำ ค่าไฟที่เคยถูกเก็บราคาแพง

 

 

นายเลิศชาย เกตุพัตร ตัวแทนของอะพาร์ตเมนต์ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยเก็บค่าไฟหน่วยละ 7 บาท และค่าน้ำ 10 หน่วย ในราคา 200 บาท ส่วนค่าเช่าแมนชันราคาเดือนละ 3,800-4,000 บาทพื้นที่ประมาณ 30 ตร.ม. เป็นอาคาร 7 ชั้น 174 ห้อง เปิดให้บริการมานานแล้ว ยอมรับว่าที่ผ่านมาเก็บค่าน้ำค่าไฟแพงกว่าปกติ ส่วนค่าเช่าเก็บล่วงหน้า 1 เดือน ค่าประกันความเสียหาย 2 เดือน รวมผู้เช่าต้องจ่ายรวม 3 เดือน หลังจากนี้จะลดตามประกาศของ สคบ.เหลือค่าประกันความเสียหายเพียง 1 เดือน

ยอมรับว่าตั้งรับไม่ทันกับประกาศ สคบ.ฉบับใหม่ที่ออกมา แต่ทางบริษัทเกียรติพงษ์ แมนชัน จำกัด ได้แก้ปัญหาโดยติดประกาศ และแจ้งให้ผู้เช่าทุกห้อง รู้ถึงมาตรการใหม่ ซึ่งยอมรับว่าได้ปรับลดค่าไฟ ค่าน้ำ ตามหน่วยปกติที่ราชการกำหนด แต่เราขอเก็บเพิ่มค่าส่วนกลางห้องละ 200 บาท ส่วนตัวสัญญาค่าเช่า ยังอยู่ระหว่างดูรายละเอียดตามเงื่อนไขที่สคบ.กำหนด และกำหนดร่างสัญญาให้ชัดเจน ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีผลกระทบในเรื่องการจัดเก็บรายได้

 

 

สำหรับประกาศฉบับนี้ มีบทลงโทษที่ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามสัญญากรณีเก็บค่าน้ำ ค่าไฟ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมผู้บริโภค ในรายละเอียดของประกาศดังกล่าวยังห้ามในเรื่องอื่นๆ อีก เช่น ห้ามผู้ให้เช่าเรียกเก็บค่าประกันความเสียหายเกิน 1 เดือน ค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน ห้ามเรียกเก็บค่าต่อสัญญาและห้ามไม่ให้ผู้เช่าเข้าไปในทรัพย์สินผู้เช่า หรือเข้าไปขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า กรณีผู้เช่าผิดนัดชำระหนี้ หรือค้างค่าเช่า จากเดิมผู้ให้เช่าอาจเข้าไปขนของออกจากห้องเช่า หรือล็อกห้องไว้ต่อไปนี้ผู้ให้เช่าไม่สามารถเข้าไปไม่ได้ แต่ผู้ให้เช่าสามารถที่จะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางกฎหมายได้ หลังจากยกเลิกสัญญาแล้วและขอให้ศาลออกคำบังคับในการขนย้ายทรัพย์สิน

 

 

กลับขึ้นด้านบน