สภาวิชาชีพทางการแพทย์ห้ามโฆษณา-รีวิวสินค้าผิดกฎหมาย

สภาวิชาชีพทางการแพทย์ห้ามโฆษณา-รีวิวสินค้าผิดกฎหมาย

สภาวิชาชีพทางการแพทย์ห้ามโฆษณา-รีวิวสินค้าผิดกฎหมาย

รูปข่าว : สภาวิชาชีพทางการแพทย์ห้ามโฆษณา-รีวิวสินค้าผิดกฎหมาย

ตำรวจออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เมจิกสกินอีก 7 คนให้ถ้อยคำวันที่ 12 พ.ค.นี้ ขณะที่สภาวิชาชีพทางการแพทย์ชี้ถึงข้อบังคับวิชาชีพต่อกรณีรีวิวสินค้า หลังแพทย์ด้านความงามร่วมรีวิวสินค้าเมจิกสกิน อาจเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณแพทย์

ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มารีวิวสินค้าในเครือบริษัทเมจิก สกิน นอกจากแพทยสภาที่ออกมาระบุชัดเจนแล้วว่ามีข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับแพทย์โดยตรงอยู่แล้ว

ด้านทันตแพทยสภา มีการเปิดเผยว่า ตามข้อบังคับทันตแพทยสภามุ่งเน้นไปดูแลการประกอบวิชาชีพทันตกรรม และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับทางทันตกรรมเท่านั้น ประเด็นการรีวิวสินค้าความงามที่ไม่เกี่ยวข้องกับทันตกรรม ไม่ถือว่าขัดต่อจรรยาบรรณเฉพาะ แต่ตามจรรยาบรรณทั่วไปของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมต้องไม่ประพฤติหรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพทันตกรรม และผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ต้องดำรงตนในสังคมโดยธรรม เคารพและปฏิบัติตามบรรดาบทกฎหมายของประเทศ

ขณะที่สภาการพยาบาล ระบุว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลต้องไม่ทำการจูงใจหรือชักชวนผู้อื่นให้รับบริการพยาบาล เพื่อประโยชน์ของตนเอง รวมถึงการห้ามโฆษณาสินค้า

ส่วนสภาเภสัชกรรม มีแนวปฏิบัติใกล้เคียงกัน หากพบมีการกระทำผิด มีโทษทั้งตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

"หมอบอร์น" ยืนยันไม่เจตนาโฆษณาสินค้า

นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์ หรือ หมอบอนด์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม และ น.ส.ปวีณา นามสงคราม ภรรยา ที่รีวิวสินค้าในเครือบริษัท เมจิก สกิน จำกัด เข้าให้ถ้อยคำกับตำรวจเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.2561) โดย นพ.ปิยะพงษ์ ยืนยันว่าคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ไม่ใช่เป็นการรีวิวสินค้า เพียงแค่ต้องการขายของช่วยภรรยาที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ไม่มีเจตนาในการโฆษณาสินค้า ไม่มีค่าจ้าง ไม่มีสัญญา สามารถตรวจสอบได้ ส่วนการนำเสื้อกาวน์มาใส่ก็ไม่ทราบว่าจะผิดจรรยาบรรณ

นอกจากนี้ นพ.ปิยะพงษ์ ยังอ้างว่าได้ทดลองรับประทานผลิตภัณฑ์แล้วประมาณ 1 สัปดาห์ และไม่พบอาการผิดปกติใดๆ และได้อ่านส่วนประกอบของสินค้า รวมถึงตรวจเลข อย.แล้ว จึงเชื่อว่าไม่เป็นอันตราย

ด้าน น.ส.ปวีณา เปิดเผยว่า เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า โดยเสียเงินซื้อผลิตภัณฑ์มาขายต่อกว่า 300,000 บาท ถือว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน และหลังเกิดเหตุไม่สามารถติดต่อเจ้าของได้

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาต เปิดเผยว่า กรณีของ นพ.ปิยะพงษ์ และภรรยา ถือเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มดารานักแสดง เพราะเป็นบุคคลที่ทำงานอยู่ในแวดวงด้านสุขภาพ มีหน้าที่โดยตรงในการช่วยเหลือแนะนำและให้ข้อมูลต่างๆ ส่วนจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลการตรวจพิสูจน์ทางเคมีของผลิตภัณฑ์นั้นๆ หากผลปรากฏว่าเป็นสารชนิดอื่นที่ไม่ตรงกับที่รีวิว หรือเป็นสารที่มีอันตรายจะมีการตั้งข้อหาที่แตกต่างกันออกไปตามพฤติการณ์ที่แต่ละคนให้ถ้อยคำไว้

ส่วนข้อกฎหมายที่จะใช้นั้นยังคงใช้มาตรฐานเดียวกันกับกลุ่มดารานักแสดง อ้างอิงตามกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาสินค้าประเภทอาหารและยา ได้แก่ 1.พ.ร.บ.เครื่องสำอาง, พ.ร.บ.อาหาร และ 3.พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

12 พ.ค.ออกหมายเรียกกลุ่มคนเกี่ยวข้องเมจิกสกิน

ความคืบหน้าการติดตามเครือข่ายสินค้าเมจิกสกิน พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือของบริษัทเมจิกสกิน มาให้ถ้อยคำกับตำรวจในฐานะพยานรวม 7 คน ในวันที่ 12 พ.ค.2561 โดยจำนวนนี้ไม่ใช่นักแสดง เป็นคนละส่วนกับ 59 คนที่จะต้องออกหมายเรียก

ส่วนการดำเนินคดีกับ 8 ผู้ต้องหาในเครือบริษัทเมจิกสกินที่ศาลออกหมายจับ ตำรวจควบคุมตัวได้ครบทั้งหมดแล้ว บางคนได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ส่วนบางคนได้รับการประกันตัวในชั้นศาล

กลับขึ้นด้านบน