หลอกซื้อคอนโด จ.ภูเก็ต แต่ไม่สร้าง เสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท

หลอกซื้อคอนโด จ.ภูเก็ต แต่ไม่สร้าง เสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท

หลอกซื้อคอนโด จ.ภูเก็ต แต่ไม่สร้าง เสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท

รูปข่าว : หลอกซื้อคอนโด จ.ภูเก็ต แต่ไม่สร้าง เสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท

ตำรวจจับกุมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังหลอกลวงผู้ซื้อคอนโดมิเนียมหลายโครงการในพื้นที่ อ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต คาดว่ามีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 300 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (2 พ.ค.2561) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดี "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ หลังจากมีผู้เสียหายจำนวนมากแจ้งความว่าถูกหลอกลวงโดยการโฆษณาเสนอขายคอนโด ห้องชุด ชื่อโครงการดิเอมเมอรัลด์ เนอร์วานา คอนโดมิเนียม ป่าตอง กะหลิม และร้องขอศาลออกหมายจับนายสาวิตร เกตุโรจน์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ฯ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่สนามบินภูเก็ต โดยพฤติการณ์มีการหลอกให้ผู้เสียหายวางเงินจองและผ่อนชำระค่างวด กระทั่งถึงวันที่นัดโอนกรรมสิทธิ์ กลับพบว่าไม่มีการก่อสร้างอาคารหรือห้องชุดใดๆ และไม่คืนเงินที่จ่ายไปก่อนหน้านี้

สำหรับโครงการอื่นๆ ที่คาดว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องและเข้าข่ายการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายโครงการ ได้แก่ โครงการดิเอมเมอรัลด์ ซิตี้ไลฟ์ คอนโด ป่าตอง, โครงการดิเอมเมอรัลด์ อ่าวนาง คอนโด, โครงการดิเอมเมอรัลด์ เทอเรซ ป่าตอง และโครงการดิเอมเมอรัลด์-เซ็นทรัล เบื้องต้น นายสาวิตร ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงไม่สามารถก่อสร้างโครงการได้

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้แจ้งความแล้ว 40 ราย จากผู้เสียหายกว่า 300 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติขณะนี้ได้ประสานแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายในโครงการดังกล่าว หรือโครงการอื่นๆ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีตลอดจนช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้ได้รับความยุติธรรมทางอาญาต่อไป ขณะนี้รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะได้มีการสืบสวนเพื่อขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวต่อไป รวมทั้งจะได้มีการตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ ตลอดจนขยายผลเพื่อหาเส้นทางการเงินว่าไปอยู่ที่ไหนอย่างไร ยืนยันว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่จะเป็นการสร้างความมั่นใจว่าหากมีการะทำผิดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ให้กับผู้เสียหาย โดยไม่ได้เลือกผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องขึ้นอยู่กับผู้เสียหายว่าจะมีการแจ้งความร้องทุกข์หรือไม่

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน