มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ "กฎหมายควบคุมหอพัก" ยังมีช่องโหว่

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ "กฎหมายควบคุมหอพัก" ยังมีช่องโหว่

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ "กฎหมายควบคุมหอพัก" ยังมีช่องโหว่

รูปข่าว : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ "กฎหมายควบคุมหอพัก" ยังมีช่องโหว่

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เรียกร้อง สคบ.ตรวจสอบสัญญาเช่าที่หอพักปรับปรุงใหม่ ชี้กฎหมายยังมีช่องโหว่ ไม่มีการกำหนดโทษที่ชัดเจนกับเจ้าของหอพักที่ไม่ปฏิบัติตาม

หลังจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ออกประกาศคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคาร มีผลบังคับใช้วันแรกเมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าของหอพักเรียกเก็บเงินประกันได้ไม่เกิน 1 เดือน ไม่สามารถเก็บค่าต่อสัญญาเช่าได้ เก็บค่าน้ำค่าไฟในอัตราเดียวกับรัฐ และผู้บริโภคมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดได้ โดยต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า 30 วัน และต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วัน

โสภณ หนูรัตน์ นักวิชาการด้านกฎหมาย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ เห็นว่ายังมีช่องโหว่ของกฎหมาย เนื่องจากไม่มีการกำหนดโทษชัดเจนกับเจ้าของหอพักไม่ปฏิบัติตาม ยกตัวอย่างกรณีหอพักที่ขอปรับขึ้นค่าส่วนกลางแทน เพื่อชดเชยรายได้ที่่หายไป พร้อมให้การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ชี้แจงรายละเอียดอัตราการเก็บค่าบริการ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีค่าบริการไม่เท่ากัน เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ขอให้ สคบ.ขยายผลให้ครอบคลุมในส่วนของหอพักที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติหอพัก ปี 2558 และควรตรวจสอบสัญญาเช่าของแต่ละหอพักที่มีการปรับปรุงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับใหม่ ป้องกันการเอาเปรียบต่อผู้บริโภค

 

 

กลับขึ้นด้านบน