ทช.แจ้งความเรือล่าฉลามวาฬทิ้งทะเลภูเก็ตมาลงโทษ

ทช.แจ้งความเรือล่าฉลามวาฬทิ้งทะเลภูเก็ตมาลงโทษ

ทช.แจ้งความเรือล่าฉลามวาฬทิ้งทะเลภูเก็ตมาลงโทษ

รูปข่าว : ทช.แจ้งความเรือล่าฉลามวาฬทิ้งทะเลภูเก็ตมาลงโทษ

ทช.ประสานเจ้าหน้าที่ออกตามหาร่องรอยฉลามวาฬถูกล่า และปล่อยทิ้งลงทะเลภูเก็ต ระบุเอาโทษหนักถึงที่สุดล่าสัตว์ทะเลหายาก ทั้ง พ.ร.ก.ประมง และกฎหมายสัตว์ป่า ลงพื้นที่ติดตามคดีวันนี้

กรณีเรือประมงในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จับปลาฉลามวาฬ ซึ่งเพจจิตอาสา go-eco phuket มีการโพสต์คลิป ที่มีเรืออวนลาก นำปลาฉลามวาฬ ขึ้นบนเรือประมง แล้วมีเรือท่องเที่ยวดำน้ำ ชื่อ aqua center ซึ่งเดินทางกลับมาจากเกาะพีพี มาพบเรือลำดังกล่าว แล้วได้ขอร้องให้เรืออวนลากปล่อยปลาฉลามวาฬคืนสู่ทะเล

วันนี้ (19 พ.ค.2561) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 จ.ภูเก็ต ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นมีข้อมูลว่าเรืออวนลาก ชื่อว่า แสงสมุทร 3 หมายเลขทะเบียน 2283 04242 ได้ปล่อยปลาฉลามวาฬ ลงทะเลไปแล้ว โดย ทช. ได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่กรมประมง เพื่อหาพิกัดและเส้นทางการเดินเรือของเรือแสงสมุทร 3 พบว่าขณะช่วงเวลานั้น ไม่ได้ทำการประมงในเขตหวงห้าม จึงได้ประสานข้อมูลไปยัง ศูนย์ pipo ภูเก็ต ขอให้ดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริงจากไต๋เรือและลูกเรือ

นายจตุพร กล่าวว่า เบื้องต้นมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 66 ฐานนำสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือประมง มีโทษปรับตั้งแต่ 300,000-3,000,000 บาท และมีความผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16 ฐานล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยทาง ทช.สามารถเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องดำเนินคดีเรือประมงลำนี้ได้ โดยได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผมยอมรับว่าเห็นภาพแล้วตกใจ และไม่คิดว่าชาวประมงจะยังกล้าทำแบบนี้ ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลหายากและมีน้อยในทะเลไทย ตอนนี้นอกจากแจ้งความเอาผิดถึงที่สุดแล้ว ยังให้ทีมภูเก็ตออกเรือไปดูร่องรอยของฉลามวาฬตัวนี้ หากตายจริงก็ต้องเจอซากหรือร่องรอยให้เห็น และช่วงบ่ายนี้คงจะมีความคืบหน้าในรายละเอียดต่างๆ ซึ่งกำลังจะลงพื้นที่เพื่อไปติดตามเรื่องนี้ และปัญหาทุ่งปะการังที่อ่าวกุ้งด้วย

สำหรับการล่าฉลามวาฬ ของพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 66 ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำชนิดที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือนำสัตว์น้ำดังกล่าวขึ้นเรือประมง เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำนั้น และมาตรา 145 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 66 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 300,000-3,000,000 บาท หรือปรับจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่จับหรือนำขึ้นเรือประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ไต๋กงเรือยันฉลามวาฬแค่ติดอวนขึ้นมาไม่มีเจตนาจับ

กลับขึ้นด้านบน