ผวามะเร็ง ! ควันพิษเตาหลอมตะกั่ว โรงงานกำจัดขยะเถื่อน

ผวามะเร็ง ! ควันพิษเตาหลอมตะกั่ว โรงงานกำจัดขยะเถื่อน

ผวามะเร็ง ! ควันพิษเตาหลอมตะกั่ว โรงงานกำจัดขยะเถื่อน

รูปข่าว : ผวามะเร็ง ! ควันพิษเตาหลอมตะกั่ว โรงงานกำจัดขยะเถื่อน

ชาวบ้านเรียกร้องตรวจเลือดหาสารปนเปื้อนจากการเผาหลอมตะกั่วของโรงงานกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ จ.ฉะเชิงเทรา หวั่นป่วยโรคมะเร็ง และระบบทางเดินหายใจ ขณะที่ ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ ชี้โรงงานละเมิดสิทธิคนงานอย่างรุนแรง เสี่ยงป่วยจากสารพิษ

แฉล้ม พวงทอง สมาชิก อบต.แปลงยาว หมู่ 12 อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา อาชีพเกษตรกร กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกร ปลูกข้าว สวนมะม่วง สวนยางพารา ปลูกสับปะรด และอ้อย ซึ่งที่นาของตัวเองอยู่ห่างจากโรงงานกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 80 เมตร และโรงงานดังกล่าวจะเปิดช่วงเวลา 08.00-19.00 น.ของทุกวัน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวบ้าน เช่น กลิ่นเผาไหม้ มลภาวะทางเสียงจากรถขนของภายในโรงงาน รถสิบล้อที่ขนของเข้าออกโรงงานทำให้ถนนชำรุด น้ำจากโรงงานที่ไหลลงแหล่งน้ำธรรมชาติ คลองสาธารณะ และที่นาของชาวบ้าน รวมทั้งขยะและถุงพลาสติกที่ถูกฝนชะล้างลงมาในพื้นที่ของชาวบ้านที่อยู่ต่ำกว่า

 

 

แฉล้ม กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีเพียงการเก็บตัวอย่างน้ำบาดาลในพื้นที่ไปตรวจหาสารปนเปื้อน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจเลือดชาวบ้านที่อาจได้รับผลกระทบจากสารพิษ และให้คำแนะนำเรื่องกฎหมาย หรือการเรียกร้องค่าเสียหาย

 

ปลายปี 2559 โรงงานเข้ามาทำประชาคมกับชาวบ้าน บอกแต่ว่าจะคัดแยกขยะอย่างเดียว ไม่ได้บอกว่าจะหลอมตะกั่ว ชาวบ้านก็ไม่รู้กฎหมาย ตอนนี้ทุกคนขวัญเสีย กลัวจะเป็นโรคทางเดินหายใจ

 

"กลิ่นเหม็น-เสียงดัง" กระทบชาวบ้าน

ขณะที่ พะเยา ชโรธร อายุ 64 ปี ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ห่างจากโรงงานเพียง 50 เมตร บอกว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาดูแล หรือช่วยเหลือ ที่ผ่านมาตัวเองได้รับผลกระทบจากเสียงดังขณะขนของภายในโรงงาน รวมทั้งกลิ่นเหม็นจากการเผา ทำให้รู้สึกอาการมึนเวียนศีรษะ หายใจติดขัด ต้องกินยาแก้เมารถเป็นประจำ อีกทั้งมีน้ำจากโรงงานไหลมาลงในที่นา


ป้าไม่พอใจมาก เขาไม่เคารพสิทธิคนไทย เห็นแก่ตัว มีรถเข้าออกตลอด มาขนของบนถนนเต็มไปหมด

 

ชี้คนงานเสี่ยงรับพิษสารตะกั่ว-ห่วงสิ่งแวดล้อมพัง

เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า โรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ที่พบกองทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์แบบเปิด และการคัดแยกซากขยะที่ไม่ถูกวิธี ไม่มีเทคโนโลยีในการจัดการ มีโอกาสสูงมากที่สารตะกั่ว สารปรอท แคดเมียมจะปนเปื้อนในแหล่งน้ำใต้ดิน ขณะเดียวกันยังพบการเผาทองแดงแบบผิดวิธี ทำให้เกิดสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง 

 

 

ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงงานแห่งนี้ละเมิดสิทธิคนงานอย่างรุนแรง โดยคนงานคัดแยกไม่ได้มีการป้องกันอันตรายจากการรับพิษโลหะหนัก เสี่ยงรับพิษจากสารปรอทที่ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง และระยะยาวอาจพิการแขนขาอ่อนแรง ส่วนหญิงตั้งครรภ์ สารปรอทจะส่งผ่านไปยังทารก นอกจากนี้หากได้รับสารตะกั่วปริมาณมาก เสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง และเด็กอาจมีพัฒนาการทางสมองที่ผิดปกติ พร้อมเสนอให้ตรวจเลือดคนงานกลุ่มเสี่ยงที่ทำงานในโรงงานแห่งนี้ เพื่อตรวจเลือดหาสารอันตรายปนเปื้อนในร่างกายและวางแนวทางการรักษา

ทั้งนี้ ตำรวจตรวจสอบพบว่า โรงงานกำจัดขยะของบริษัทดับบลิว เอ็ม ดี ไทย รีไซคลิ้ง จำกัด จ.ฉะเชิงเทรา มีนายทุนสัญชาติจีนเป็นเจ้าของ โดยนำกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกากขยะอุตสาหกรรมอันตรายจากต่างประเทศ เข้ามารีไซเคิลด้วยการหลอมเอาตะกั่วออก แล้วแยกชิ้นส่วน ซึ่งการกระทำทั้งหมดโรงงานไม่ได้ขออนุญาต อีกทั้งภายในโรงงานไม่มีระบบป้องกันก๊าซอันตราย ไม่มีระบบป้องกันกลิ่น และระบบป้องกันน้ำเสีย รวมถึงมีการกรองขยะอุตสาหกรรมกลางแจ้ง หากมีฝนตกจะเกิดการชะล้างไปสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

จ่อฟ้องแพ่ง "ค่าเสียหายสิ่งแวดล้อม" ขยะจีนซุกไทย 1 แสนตัน

ปักหมุดจังหวัดเสี่ยง ลักลอบทิ้งขยะอันตราย

5 ปี ขยะสารอันตรายพุ่ง 4 เท่า ทะลุ 16 ล้านตัน

 

กลับขึ้นด้านบน