กว่าล้านคน บริจาคดวงตาสภากาชาดฯ 50 ปี ใช้ได้จริง 1.2 หมื่นคน

กว่าล้านคน บริจาคดวงตาสภากาชาดฯ 50 ปี ใช้ได้จริง 1.2 หมื่นคน

กว่าล้านคน บริจาคดวงตาสภากาชาดฯ 50 ปี ใช้ได้จริง 1.2 หมื่นคน

รูปข่าว : กว่าล้านคน บริจาคดวงตาสภากาชาดฯ 50 ปี ใช้ได้จริง 1.2 หมื่นคน

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เปิดเผยข้อมูล 50 ปี ตั้งศูนย์ฯ มียอดผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา 1.1 ล้านคน แต่สามารถนำไปใช้กับผู้รับบริจาคได้จริงเพียง 12,000 คนเท่านั้น เนื่องจากร้อยละ 90 ของผู้แสดงความจำนงยังไม่เสียชีวิตจึงไม่สามารถบริจาคดวงตาได้

วันนี้ (8 มิ.ย.2561) น.ส.สุภาพร บุญยั่งยืน รองผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ระบุว่า ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยจัดตั้งมานานกว่า 50 ปีแล้ว โดยเป็นศูนย์บริจาคดวงตาเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย แต่มีดวงตาที่สามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้ประมาณ 12,000 รายเท่านั้น ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตากว่าล้านคน แต่ในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 90 ยังไม่ได้เสียชีวิตจึงไม่สามารถบริจาคดวงตาได้ เนื่องจากศูนย์ดวงตาไม่สามารถจัดเก็บดวงตาจากคนที่มีชิวิตอยู่ แม้ผู้นั้นจะยินดีให้ก็ตาม ทำให้เกิดปัญหาดวงตาที่รับบริจาคไม่เพียงพอต่อความต้องการ

 

มีผู้ขึ้นทะเบียนจองดวงตา ประมาณ 1,200 คนต่อปี ขณะที่ศูนย์ดวงตาจัดเก็บดวงตาได้เพียงปีละประมาณ 800 คนเท่านั้น เพิ่งมีปี 2560 ที่มียอดจัดเก็บดวงตาเพิ่มเป็น 1,000 คน ดังนั้น ยอดผู้ต้องการดวงตาจึงสะสมจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เปิดเผยสถิติ ล่าสุด เมื่อเดือน พ.ค.2561 พบว่า ผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา มี 1,158,510 คน ผู้ป่วยรอรับดวงตาบริจาค 12,300 คน ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตามีเพียง 76 คนเท่านั้น


ทางศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จึงได้จัดทำโครงการโดยประสานไปยังโรงพยาบาลที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลทุกวัน และได้มีการจัดกลุ่มพยาบาลเพื่อประเมินผู้เสียชีวิตว่าสามารถบริจาคดวงตาได้หรือไม่ เหมาะสมที่จะบริจาคและญาติยินยอมหรือไม่ ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อาจไม่เข้าใจในโครงการนี้มากนัก แต่โครงการนี้ก็ได้ทำให้ยอดรับบริจาคดวงตาเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 30


สำหรับผู้ที่สนใจแสดงความจำนงบริจาคดวงตาขึ้นทะเบียนแสดงความจำนงได้ที่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยหรือผ่านทางเว็บไซต์ eyebankthai รวมทั้งแสดงความจำนงผ่านแผ่นพับประชาสัมพันธ์ที่วางอยู่ในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ แล้วสามารถกรอกข้อมูลส่วนตัวลงในแผ่นพับเพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลและทำบัตรประจำตัวผู้บริจาคส่งกลับไปให้ผู้แจ้งความจำนง ส่วนการจัดเก็บดวงตา ญาติจะต้องเป็นผู้แจ้งศูนย์ดวงตาว่าผู้บริจาคเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะสอบถามว่าเป็นโรคอะไร อายุเท่าไหร่ มีโรคที่จะแพร่หรือติดต่อสู่ผู้รับหรือไม่


ทั้งนี้ เมื่อจัดเก็บดวงตามาแล้วก็ต้องตรวจสอบคุณภาพก่อนถึงจะจัดสรรให้ผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนจองดวงตามาตามลำดับ ซึ่งศูนย์ดวงตาจะรับจองตาจากจักษุแพทย์ทั่วประเทศ ผู้ป่วยไม่ว่าอยู่จังหวัดใดหากไปพบแพทย์ แล้วแพทย์แจ้งความจำเป็นต้องเปลี่ยนกระจกตาก็จะส่งเรื่องมาที่ศูนย์ดวงตาฯ ทางศูนย์ดวงตาฯ ก็จะขึ้นทะเบียนไว้ให้ ใครขึ้นทะเบียนจองก่อนก็มีสิทธิ์ได้ดวงตาก่อน

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

สาวตาบอด "ไม่ผิดหวัง" แม้รับบริจาคดวงตาจากชายพิการไม่ได้

ผู้ป่วยติดเตียงบริจาคดวงตาให้หญิงพิการทางสายตา

 

กลับขึ้นด้านบน