เครือข่ายฯ ทวงถามยกเลิกสัญญา ก่อสร้างบ้านพักตุลาการ

เครือข่ายฯ ทวงถามยกเลิกสัญญา ก่อสร้างบ้านพักตุลาการ

เครือข่ายฯ ทวงถามยกเลิกสัญญา ก่อสร้างบ้านพักตุลาการ

รูปข่าว : เครือข่ายฯ ทวงถามยกเลิกสัญญา ก่อสร้างบ้านพักตุลาการ

วันนี้ (18 มิ.ย.) เครือข่ายทวงคืนผืนป่า เตรียมเดินทางไปสังเกตการณ์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก่อนที่วันพรุ่งนี้ จะไปยื่นหนังสือที่ เพื่อขอให้ยกเลิกสัญญาก่อสร้างกับผู้รับเหมา และขอให้ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในโครงการ ย้ายออกตามสัญญาที่ทำการตกลงกันไว้

วันนี้ (18 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่สิ้นสุดสัญญาของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างและเป็นวันที่จะต้องส่งมอบอาคารให้กับศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ทำให้นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ เปิดเผยว่า วันนี้จะเดินทางไปถามศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า จะต่อสัญญาให้กับบริษัทอีกหรือไม่ ก่อนที่เช้าวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) จะเข้าไปยื่นหนังสือต่อประธานศาลอุทธรณ์ เพื่อขอให้ยุติการก่อสร้างไว้ทั้งหมดและให้เจ้าหน้าที่ที่ไปอยู่อาศัยในอาคารเรือนชุดจำนวน 30 ครอบครัวออกจากบ้านพักทั้งหมด

ก่อนที่จะนำข้อเสนอดังกล่าวส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบเพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ทั้งนี้จะให้เวลา 10 วัน หากไม่มีคำตอบจะรวมตัวเคลื่อนไหวใหญ่อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ในวันที่ 27 มิ.ย.61 จะมีการทวงถามเกี่ยวกับเรื่องการไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ด้วย

ขณะที่เมื่อวานนี้ชาวบ้านใน ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กว่า 50 คน เข้ารับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็น กรณีการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ซึ่งเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดขึ้นที่ วัดพระนอนขอนม่วง ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังจากที่ผ่านมา ชาวบ้านที่มีฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ ไม่ได้รับทราบ หรือ ทำประชามติ เกี่ยวกับการก่อสร้างแต่อย่างใด

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการ จ.เชียงใหม่ว่า ได้มอบแนวทาง การแก้ไขปัญหา ตามที่คณะกรรมการและอนุกรรมการในพื้นที่ ได้รายงานความคืบหน้าและความคิดเห็นมาให้ทราบแล้ว ซึ่งได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บังคับบัญชาหน่วยงานด้านความมั่นคงดำเนินการ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ โดยขอให้ทุกฝ่ายยึดหลักประโยชน์ส่วนรวม บนพื้นฐานของความเข้าใจซึ่งกันและกัน เห็นใจกันและด้วยทัศนคติที่เป็นมิตรต่อกัน สิ่งใดที่ทำได้ในระยะต้นในพื้นที่ ก็ขอให้ดำเนินการต่อไป ส่วนระยะกลางและระยะยาวก็ช่วยกันหารือเพื่อหาทางออก โดยดูทั้งข้อกฎหมายผลการศึกษาทางวิชาการ ข้อเท็จจริงในพื้นที่ รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อทุกฝ่าย

นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการในส่วนกลางได้มีมติมอบให้นายถาวร พรหมมีชัย เลขานุการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจ ราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและกรรมการบางท่านร่วมลงพื้นที่แล้ว เพื่อไปตรวจสอบ ร่วมกับกรรมการในพื้นที่ต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน