ทส.สั่งสอบ "อธิบดีกรมอุทยานฯ" ปมทุจริตงบปลูกป่า

ทส.สั่งสอบ "อธิบดีกรมอุทยานฯ" ปมทุจริตงบปลูกป่า

ทส.สั่งสอบ "อธิบดีกรมอุทยานฯ" ปมทุจริตงบปลูกป่า

รูปข่าว : ทส.สั่งสอบ "อธิบดีกรมอุทยานฯ" ปมทุจริตงบปลูกป่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบผู้อำนวยการส่งเสริมการปลูกป่า กรณีเปลี่ยนแปลงงบประมาณบุคลากรไปเป็นงบเพาะชำกล้าไม้ ในปี 2553 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังถูกร้องเรียนถึงการใช้เงินไม่ถูกต้องและมีลักษณะเป็นเงินทอน

วันนี้ (18 มิ.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึง น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ รักษาการอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนว่านายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต กรณีโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณบุคลากรไปเป็นงบเพาะชำกล้าไม้ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้ ในปีงบประมาณ 2553 ช่วงเดือน ส.ค. หรือไม่

ซึ่งกรมป่าไม้มีงบประมาณเหลือจ่ายของสำนักบริหารกลางวงเงิน 108 ล้านบาท สำนักส่งเสริมการปลูกป่า ซึ่งขณะนั้นมีนายธัญญาเป็นผู้อำนวยการได้ขอเงินเหลือจ่ายดังกล่าวไปเพาะพันธุ์กล้าไม้แจกจ่ายประชาชนทั่วไป หน่วยงานภาครัฐและเอกชน แต่กล้าไม้ดังกล่าวไม่สามารถเพาะชำได้ภายในเวลา 1 เดือน เนื่องจากต้องให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2553 และมีการเรียกเงินทอนประมาณร้อยละ50 และผู้ร้องเห็นว่าไม่มีการแจกจ่ายกล้าไม้จริง

นายวิจารย์ กล่าวว่า อธิบดีกรมป่าไม้จะต้องไปตรวจสอบบัญชีกล้าไม้ ชนิด จำนวน ระยะเวลาดำเนินการเพาะชำกล้าไม้ บัญชีรายชื่อผู้ขอกล้าไม้และสถานที่ที่จะนำกล้าไม้ไปปลูก บัญชีคนงานและการเบิกจ่ายงบประมาณเพาะชำกล้าไม้รวมทั้งหลายหน่วยงานที่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ

ขณะที่หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากน้อยไม่เท่ากันนั้นใช้อะไรพิจารณาและถึงปัจจุบัน ถ้ามีกล้าไม้ครบถ้วนถูกต้องจริง ประมาณ 53 ล้านกล้า ซึ่งกล้าเหล่านั้นจะต้องโตเป็นต้นไม้อายุประมาณ 7 ปี แล้วมีจริงหรือไม่

ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลจากกรมป่าไม้แล้วจะหารือกับ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่ามีมูลตามที่กล่าวหาหรือไม่เพราะผู้ที่ร้องเรียนมีชื่อและตัวตนจริง จากนั้นจึงจะตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินัยต่อไป

ด้านนายธัญญา กล่าวว่า การร้องเรียนดังกล่าวชี้แจงได้เพราะช่วงปี 2553 เป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องการปลูกป่ามาก มีการเพาะกล้าไม้ และไม่ใช่แค่สำนักส่งเสริมการปลูกป่าสำนักเดียว แต่มีอีก 2-3 สำนักในกรมป่าไม้ ที่แปลงงบประมาณไปเพาะกล้าไม้และปลูกป่าเช่นกัน การแปลงงบประมาณไปเพาะชำกล้าไม้ ตนในฐานะผู้อำนวยการสำนักไม่สามารถทำได้ทำเพียงลำพัง เป็นเรื่องของอธิบดีและรัฐมนตรีด้วยเพราะเป็นนโยบาย ส่วนกล้าไม้ที่นำไปปลูกก็เป็นเรื่องของหน่วยงานภาคสนามว่าระยะเวลา 1 เดือนสามารถทำได้หรือไม่ เพราะกล้าไม้ที่นำไปปลูกมีทั้งที่ตายและรอด

 

กลับขึ้นด้านบน