เตือนออกจากถ้ำต้อง "กักโรค" ให้ปลอดภัย

เตือนออกจากถ้ำต้อง "กักโรค" ให้ปลอดภัย

เตือนออกจากถ้ำต้อง "กักโรค" ให้ปลอดภัย

รูปข่าว : เตือนออกจากถ้ำต้อง "กักโรค" ให้ปลอดภัย

สัตวแพทย์ เตือนหลังนำเยาวชนทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวง จ.เชียงรายแล้ว จำเป็นต้องคัดกรองสุขภาพ และเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดจากติดเชื้อสัตว์ที่อาศัยในถ้ำ เช่น โรคจากค้างคาว โดยแนะนำต้องเจาะเลือด ตรวจหาความเสี่ยง ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล

วันนี้(26 มิ.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปฏิบัติค้นหา และช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จ.เชียงราย ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ยังคงดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด 4 วัน โดยเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่ระดมเพื่อนำเยาวชนทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ด้านในถ้ำหลวง ออกมาโดยปลอดภัย แต่หนึ่งในประเด็นข้อเป็นห่วงของการอยู่ในถ้ำนานๆ นอกจากความเครียดแล้ว ยังมีคำแนะนำจากสัตวแพทย์เรื่องความเสี่ยงที่อาจจะสัมผัสหรือติดโรคจากสัตว์ป่าที่อาศัยในถ้ำ เช่น มูลค้างคาว

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ได้ประสานกับทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุข เรื่องการเซ็ทระบบคัดกรองสุขภาพและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับการอยู่ในถ้ำนานๆ ของทั้ง 13 คน

เนื่องจากภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่ บวกกับความชื้นทำให้มีโอกาสที่จะสูดดม และสัมผัสมูลค้างคาวโดยตรง ดังนั้นต้องเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ และสารคัดหลั่ง เพื่อเฝ้าระวังโรคจากค้างคาว เช่น โรคไข้สมองอักเสบ

ซึ่งยืนยันว่าการมอนิเตอร์โรคเป็นไปตามหลักสากล ไม่ใช่ว่าจะต้องติดเชื้อทันที ส่วนทีมกู้ภัยและผู้ให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเข้าและออกไปกลับไม่ได้อยู่กับถ้ำนานๆ จึงอาจจะไม่มีปัญหามากนัก แต่ยังต้องเฝ้าระวังเช่นกัน 

กลับขึ้นด้านบน