นานาชาติร่วมค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

นานาชาติร่วมค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

นานาชาติร่วมค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

รูปข่าว : นานาชาติร่วมค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

ทีมนักดำถ้ำหลวงในวันนี้ นอกจากหน่วยซีลและนักดำถ้ำชาวอังกฤษ ยังมีทีมดำถ้ำจากจีนและออสเตรเลีย มาร่วมปฏิบัติภารกิจด้วย

วันนี้ (1 ก.ค.61) ทีมนักดำถ้ำของออสเตรเลีย 2 คน ร่วมดำในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนกับหน่วยซีล นักดำน้ำสหรัฐฯ ออสเตรเลียและจีน พวกเขาเข้าไปถึงโถงที่ 2 ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็กลับออกมา เนื่องจากต้องรอถังอากาศที่มีผู้บริจาคมาถึง ซึ่งทีมดำน้ำออสเตรเลียจึงจะเริ่มดำเข้าไปในถ้ำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.)

คาเมรอน โนเบิล เจ้าหน้าที่รัฐบาลออสเตรเลีย ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานของทีม ระบุว่าทีมของเขาได้เรียนรู้ถึงสถานการณ์ภายในถ้ำว่าค่อนข้างท้าทายและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ส่วนนี้วันนี้ระดับน้ำลดลงเล็กน้อย พร้อมระบุว่าได้รับการต้อนรับและความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ของไทย ส่วนความคืบหน้าอื่นๆ ขอให้สอบถามจากฝ่ายไทย

ขณะที่เรืออากาศเอกหญิงเจสสิกา เตท์ โฆษกของทีมเจ้าหน้าที่กองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก สหรัฐอเมริกา (USPACOM) ระบุว่า วันนี้เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ได้สนับสนุนปฏิบัติการของทีมค้นหาไทยเหมือนทุกวัน ทั้งดำถ้ำและทางบก แต่ที่พิเศษคือวันนี้ได้มีทีมกู้ภัยจากจีนและออสเตรเลียมาร่วมงานด้วย

โฆษกทีมเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ชี้แจงถึงข้อสงสัยถึงอุปกรณ์สแกนถ้ำที่เชื่อมต่อดาวเทียม ว่าทางสหรัฐฯ ไม่ได้นำอุปกรณ์ดังกล่าวมาด้วย โดยยอมรับว่ามีการใช้เครื่องสแกนค้นหาจริง แต่เป็นเครื่องของกองทัพไทย

หน่วยกู้ภัยมูลนิธิช่วยเหลือคนทุกข์ยากแห่งลาว เป็นทีมแรกๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือทีมค้นหาของไทย โดยเดินเท้าสำรวจทางบกร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทยทุกวัน นอกจากนี้ นักดำถ้ำชาวอังกฤษ 2 คน นำอุปกรณ์ดำน้ำที่ทันสมัยมาด้วย และเริ่มออกสำรวจถ้ำตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่นักดำถ้ำทั้ง 2 คนไม่เปิดเผยความคืบหน้า ขณะที่นักสำรวจชาวอังกฤษ 2 คนเดินเท้าสำรวจหาปล่องโพรงและทางเข้าถ้ำจากด้านบน ซึ่งพวกเขาเคยเข้าสำรวจถ้ำหลวงมาก่อน

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ส่งผู้เชี่ยวชาญมา 2 คน เพื่อช่วยสนับสนุนการระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง ได้ไปสำรวจบริเวณปากถ้ำและแนะนำให้ติดเครื่องดูดโคลน หรือใช้ water jet ฉีดก่อนสูบน้ำออกไป เพื่อให้การระบายทำได้ดีขึ้น ทีมกู้ภัยจากมูลนิธิพีซแลนด์และมูลนิธิต่างๆ รวม 17 คน มีทั้งผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญด้านการดำถ้ำ และโรยตัวลงปากปล่องถ้ำ มาพร้อมกับอุปกรณ์ดำน้ำที่ทันสมัย วันนี้พวกเขาไดดำสำรวจถ้ำหลวงร่วมกับหน่วยซีลและนักดำถ้ำจากอังกฤษและออสเตรเลีย ส่วนคณะเมียนมามาที่ถ้ำหลวงเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเงินและ ส.ส.รัฐฉาน ร่วมด้วย โดยบอกว่ามาให้กำลังใจชาวไทยและพร้อมปิดเส้นทางน้ำไหลลงถ้ำหลวงในฝั่งเมียนมา

จากการสอบถามความคิดเห็นกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศในการรายงานสถานการณ์นั้น มาร์ติน โลว์ ผู้สื่อข่าว China Global Television Network (CGTN) สื่อภาษาอังกฤษของจีน รับผิดชอบรายงานข่าวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บอกว่า ทีมข่าวของเขามาติดตามสถานการณ์ที่นี่ตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนเขาเพิ่งจะมาถึงเมื่อวาน (30 มิ.ย.) ซึ่งข่าวนี้เป็นเรื่องที่คนทั่วโลกสนใจ สำหรับนักข่าวทุกคนรู้ว่าการทำงานที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องทำงานท่ามกลางฝนที่ตกและพื้นเต็มไปด้วยโคลน แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่เด็กๆ ต้องเผชิญแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องที่เล็กน้อย พร้อมชื่นชมทางการไทยที่รับมือกับสถานการณ์นี้ได้ดี ไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากนานาชาติ ไม่เหมือนบางประเทศที่รัฐบาลไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำได้อย่างล่าช้า

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ขึ้นไปสำรวจปากปล่องถ้ำ ระบุว่า การขึ้นไปบนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งฝนตก ทางลาดชันและลื่น เขามองว่าน่าจะฝากความหวังไว้กับการสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือผู้สูญหายทั้ง 13 คน เพราะการหาปากปล่องทางเข้า แม้จะเจาะโพรงเข้าไปได้จริง แต่อาจจะไม่ใช่ตำแหน่งที่มีทั้ง 13 คนพักอยู่

กลับขึ้นด้านบน