ส่งทีมแพทย์ประกบ "หมูป่า" รายคน ก่อนส่งต่อ รพ.

ส่งทีมแพทย์ประกบ "หมูป่า" รายคน ก่อนส่งต่อ รพ.

ส่งทีมแพทย์ประกบ "หมูป่า" รายคน ก่อนส่งต่อ รพ.

รูปข่าว : ส่งทีมแพทย์ประกบ "หมูป่า" รายคน ก่อนส่งต่อ รพ.

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เตรียมความพร้อมดูแลกรณีหน่วยซีลนำ 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยวันนี้ได้ซักซ้อมแผนปฏิบัติงาน การประเมินอาการ การให้ความช่วยเหลือก่อนส่งต่อโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

วันนี้ (2 ก.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ กู้ภัย ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซ้อมแผนปฏิบัติงานกรณีนำตัวโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เพื่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทั้งทางเฮลิคอปเตอร์ และรถยนต์

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ส่งกำลังใจพร้อมให้ส่งเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพ ด้านกายและจิตใจ เกือบ 100 คนต่อวัน จากโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และภาคประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยปรับทีมแพทย์ประกบดูแลทีมหมูป่าแบบ 1 ทีม ต่อ 1 คน เตรียมเฮลิคอปเตอร์ 6 ลำไว้ขนย้าย แต่หากอากาศปิดจะใช้รถพยาบาลฉุกเฉินขั้นสูง 13 คัน ไปยัง รพ.เชียงรายฯ ทั้งนี้ มอบหมายให้ นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 1 ร่วมบัญชาการเหตุการณ์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

 

 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้จัดเตรียมหอผู้ป่วยอุบัติเหตุรองรับผู้ป่วย เตรียมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ป่วยได้ทุกสภาพอาการ การวางระบบควบคุมป้องกันการติดเชื้อ เพื่อให้ผู้ป่วยทั้งหมดปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

ขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนและผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือผู้พลัดหลงในถ้ำครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมสนับสนุนในทุกๆ เรื่องที่จะช่วยให้ทั้งหมดปลอดภัยมีสุขภาพดี ทั้งผู้พลัดหลงและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน”

 

ขณะที่ พ.ต.นพ.ชาญฤทธิ์ ล้อทวีสวัสดิ์ รองเลขาธิการ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า วันนี้แพทย์ได้เตรียมความพร้อมของทีมงานและอุปกรณ์ เพื่อรับภารกิจกรณีเจ้าหน้าที่ส่งต่อทั้ง 13 คนออกจากในถ้ำ และเคลื่อนย้ายมายังเต็นท์โรงพยาบาลสนามของกองทัพบก เพื่อประเมินอาการเบื้องต้น ทำให้สัญญาณชีพคงที่ ตรวจสอบในส่วนของระบบทางเดินหายใจ การหายใจ ความดัน สติสัมปชัญญะ ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาล

 

 

อุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อมแล้วทั้งหมด เช่น น้ำเกลือ เครื่องช่วยหายใจ ทำให้อาการของทุกคนคงที่ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ส่วน พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน (หมอภาคย์) จะเข้าไปดูแลเด็กๆ ในถ้ำ ประเมินว่าจะเคลื่อนย้ายออกมาได้เลยหรือไม่ เมื่อออกมานอกถ้ำจะคัดแยกตามระดับอาการ สีเหลือง สีเขียว และสีแดง ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก

 

พ.ต.นพ.ชาญฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คนที่อยู่ติดอยู่ในถ้ำอาจมีภาวะไฮโปเธอร์เมีย (Hypothermia) จากภาวะที่ร่างกายอุณภูมิลดต่ำเกินไป, ภาวะขาดเกลือแร่ น้ำตาลต่ำ, การหายใจติดขัด เนื่องจากบางคนมีอาการหอบหืด ซึ่งแพทย์ได้เตรียมยาขยายหลอดลมไว้แล้ว

 

กลับขึ้นด้านบน