นายกออสเตรเลีย ขอบคุณ "หมอแฮร์ริส" ความภูมิใจของประเทศ

นายกออสเตรเลีย ขอบคุณ "หมอแฮร์ริส" ความภูมิใจของประเทศ

นายกออสเตรเลีย ขอบคุณ "หมอแฮร์ริส" ความภูมิใจของประเทศ

รูปข่าว : นายกออสเตรเลีย ขอบคุณ "หมอแฮร์ริส" ความภูมิใจของประเทศ

นพ.แฮร์ริส ย้ำเขาไม่ใช่วีรบุรุษ โดยยกย่อง เด็กๆ โค้ชเอก นพ.ภาคย์และหน่วยซีล 3 คนเป็นฮีโร่ เพราะทุกคนต่างแข็งแกร่งจนสามารถออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย ผ่านการสนทนาทางวิดีโอคอลกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

วันนี้ (12 ก.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิบัติการกู้ภัยช่วยเหลือ 1 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีติดถ้ำหลวงในครั้งนี้อาจไม่สำเร็จ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนักดำถ้ำระดับโลกที่มารวมตัวกัน โดยหนึ่งในคนที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก คือ นพ.ริชาร์ด แฮร์ริส


โดยนายมัลคัม  เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้วิดีโอคอลหาตัวแทนทีมกู้ภัยออสเตรเลียที่มาช่วยเหลือปฏิบัติการที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนในครั้งนี้ 

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย : สวัสดีคุณหมอแฮร์ริส ขอบคุณมาก สำหรับปฏิบัติการที่ยอดเยี่ยม เรารู้ดีว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากมาก ๆ สำหรับคุณ ขอส่งกำลังใจให้คุณ

นพ.ริชาร์ด แฮร์ริส : ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่าฮีโร่ตัวจริงของงานนี้ คือเด็ก ๆ และซีลไทยทั้ง 4 คน ที่คอยดูแลเด็กๆ พวกเขาแกร่งมาก เป็นเด็ก ๆ และหนุ่มๆ ที่ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เจอ พวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม และดูแลความปลอดภัยของตัวเองได้อย่างดี ถ้าพวกเขาไม่เข้มแข็งแบบนี้ เราก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ผมต้องยกเครดิตให้พวกเขา


โดยนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ยังกล่าวอีกว่า ชาวออสเตรเลียภาคภูมิใจในตัวทุกคนที่เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ ซึ่งนพ.ริชาร์ด แฮร์ริส ได้ตอบกลับว่า การได้เป็นตัวแทนของสำนักงานตำรวจกลางออสเตรเลีย หรือเอเอฟพี มาร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นงานที่สร้างแรงใจ และเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งของชีวิต ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียก็พูดติดตลกกลับไปว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือที่ถ้ำ ถือเป็นเรื่องราวของทีมฟุตบอลที่สร้างแรงบันดาลใจที่สุดแล้ว ก่อนจะคุยกับคุณหมอริชาร์ด แฮร์ริส


นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยังได้ถามด้วยว่า ทีมซีลเป็นอย่างไรบ้างเมื่อต้องสูญเสียจ่าเอกสมานไประหว่างปฏิบัติการ ซึ่งคุณหมอแฮร์ริสบอกว่า ซีลเข้มแข็งมาก พวกเขาเข้าใจดีว่าอาจต้องสูญเสียเพื่อให้บรรลุภารกิจนี้ และถึงจะเศร้าแต่ก็เป็นการรับใช้ชาติ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ออกมา


รวมทั้งได้เล่าถึงส่วนที่ยากและอันตรายในการนำตัวเด็กๆ ออกมา ว่าช่วงที่ยากที่สุดน่าจะเป็นช่วงการดำน้ำระยะ 200-300 เมตรสุดท้าย แต่ว่าจริงๆแล้ว การดำน้ำตลอดระยะทาง 2 กิโลเมตรครึ่งในถ้ำนั้น แทบมองอะไรไม่เห็นเลย เพราะมีแต่ดินมีแต่โคลน ดังนั้นก็ต้องจับเชือกนำทางไว้ เหมือนต้องหลับตาดำน้ำตลอดเวลา


นอกจากนี้ก็ต้องอุ้มเด็กไว้ในอ้อมกอดและก็ต้องคลำๆ ทางไป บางช่วงก็ต้องลอดผ่านช่องเล็กๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียก็ฝากขอบคุณทีมกู้ภัยทุกคน รวมทั้งซีลไทย ทีมนักดำน้ำอังกฤษ และทีมนานาชาติที่ร่วมปฏิบัติการนี้ทุกคน และบอกว่างานนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวออสเตรเลีย ถือเป็นความร่วมมือนานาชาติที่มาได้ตรงกับช่วงเวลาที่คนอยากเห็นความร่วมมือกันของแต่ละประเทศ

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน