รพ.ศูนย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ รองรับผู้ป่วย 7 จังหวัดภาคใต้

รพ.ศูนย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ รองรับผู้ป่วย 7 จังหวัดภาคใต้

รพ.ศูนย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ รองรับผู้ป่วย 7 จังหวัดภาคใต้

รูปข่าว : รพ.ศูนย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ รองรับผู้ป่วย 7 จังหวัดภาคใต้

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ เพื่อรองรับผู้ป่วย กว่า 1,000,000 คนต่อปี ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน 7 จังหวัด

การเข้ารับบริการทางการแพทย์ปีละหลายล้านคนในภาคใต้ เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลศูนย์ที่รักษาโรคที่มีความซับซ้อนเพียงแห่งเดียว คือ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ภาครัฐเร่งผลักดันให้มีโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยลักษณ์สร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า 405 ไร่ เพื่อรองรับผู้ป่วยกว่า 1,000,000 คนต่อปี ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน 7 จังหวัด ซึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ การรองรับผู้ป่วยที่มีโรคซับซ้อน รวมถึงแบ่งเบาภาระของประชาชนและโรงพยาบาลรัฐ

การก่อสร้างโรงพยาบาลแบ่งเป็น 3 ระยะ ซึ่งในระยะแรกจะก่อสร้างเสร็จในปี 2562 เน้นการบริการเฉพาะผู้ป่วยนอกจากนั้น ปี 2563 เริ่มรับผู้ป่วยใน จำนวน 120 เตียง และปี 2564 ขยายเพิ่ม 419 เตียง ส่วนระยะต่อไปจะขยายให้ครบ 750 เตียงซึ่งจะกลายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ของภาคใต้ตอนบน ภายใต้งบประมาณ 5,600 ล้านบาท ทั้งงบประมาณจากภาครัฐและการระดมทุนสนับสนุนจากประชาชน

ระหว่างนี้โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ดำเนินการนำร่องตั้งแต่เดือน พ.ย. โดยบริการผู้ป่วยนอก 100-200 คนต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรและนักศึกษารวมกว่า 9,000 คน และเตรียมขยายไปยังผู้ใช้สิทธิประกันสุขภาพของรัฐด้วย

แม้ภาคใต้ตอนบนจะมีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวนมาก เช่น จ.นครศรีธรรมราช มี 25 แห่ง แต่ยังขาดโรงพยาบาลและแพทย์ที่ให้บริการรักษาโรคที่ซับซ้อน ดังนั้นโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ แห่งใหม่ จึงเป็นทางออกของปัญหา เช่น ช่วงนำร่องที่ให้บริการแผนกจักษุไปแล้ว และมีผู้เข้ารับบริการจำนวนมากเนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย

ทั้งนี้เป้าหมายการก่อตั้งโรงพยาบาลศูนย์ฯ จึงไม่ใช่เพียงการบริการเท่านั้น แต่เป็นการส่งเสริมให้แพทย์มีการค้นคว้าวิจัยและบูรณาการกับการผลิตแพทย์ ดังนั้นการสร้างโรงพยาบาลศูนย์ภาคใต้ตนบนจึงไม่ใช่เพียงการแบ่งเบาภาระการให้บริการของโรงพยาบาลรัฐแต่เป็นการเพิ่มทางเลือกการรักษาโรคซับซ้อนและบูรณาการผลิตผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรการแพทย์ เพื่อประชาชนในภาคใต้ตอนบนอีกด้วย

 

 

กลับขึ้นด้านบน