ศาลตัดสินประหารชีวิต อดีตผู้ใหญ่บ้าน ข่มขืน "น้องโสน" เสียชีวิต

ศาลตัดสินประหารชีวิต อดีตผู้ใหญ่บ้าน ข่มขืน "น้องโสน" เสียชีวิต

ศาลตัดสินประหารชีวิต อดีตผู้ใหญ่บ้าน ข่มขืน "น้องโสน" เสียชีวิต

รูปข่าว : ศาลตัดสินประหารชีวิต อดีตผู้ใหญ่บ้าน ข่มขืน "น้องโสน" เสียชีวิต

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนโทษประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน และให้ชดใช้ค่าสินไหมตามศาลชั้นต้น คดีข่มขืนและทำร้าย "น้องโสน" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จนเสียชีวิต

วันนี้ (17 ก.ค.2561) จากกรณี น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ "น้องโสน" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถูกข่มขืนและทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ล่าสุด ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนโทษประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน และให้ชดใช้ค่าสินไหมตามศาลชั้นต้น หลังอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์และมารดาของผู้เสียหายร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกฤติเดช ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นและทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษาประหารชีวิต และให้ชดใช้ค่าสินไหมเป็นเงิน 2,390,000 บาท แต่จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดี

ศาลอุธรณ์ภาค 4 นำหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์ที่ได้รับคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ คือ รอยแผลที่บริเวณนิ้วมือด้านขวา ซึ่งเป็นรอยฟันของมนุษย์ และร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้บริเวณลูกอัณฑะ มาเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการพิจารณา ก่อนตัดสินยืนโทษประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ

คดีนี้ศาลอุธรณ์ภาค 4 ใช้เวลาพิจารณาคดีนานกว่า 1 ปี หลังจำเลยยื่นอุทธรณ์ เพื่อนำสืบพยานแวดล้อม รวมถึงการหาข้อโต้แย้งในส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยสรุปว่าไม่สามารถรับฟังได้ แต่โจทก์ แม้จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด แต่ปรากฏพยานแวดล้อมที่ให้การสอดคล้องกัน โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งร่องรอยบาดแผลในตัวจำเลยตรงกับคำให้การของผู้เสียหายก่อนเสียชีวิต และรอยเชี่ยวชนของรถจักรยานยนต์ของจำเลย ตรงกับของผู้เสียหาย จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งหลังจากนี้จะสรุปสำนวนเพื่อเสนอต่อศาลฎีฎาเพื่อพิจารณาคดีต่อไป

นางลำใย พลประสิทธิ์ มารดาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกหายเหนื่อยเพราะตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี 7 เดือน หรือ กว่า 935 วันที่ต่อสู้คดีเพื่อลูกสาว ยืนยันจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุดเพื่อให้ผู้กระทำผิดรับโทษทางกฎหมายอย่างสูงสุด โดยเฉพาะโทษประหารชีวิต เพราะจะได้เป็นบทเรียนและไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย

 

 

กลับขึ้นด้านบน