"หน่วยซีล" คนสุดท้ายในภารกิจถ้ำหลวง

"หน่วยซีล" คนสุดท้ายในภารกิจถ้ำหลวง

"หน่วยซีล" คนสุดท้ายในภารกิจถ้ำหลวง

รูปข่าว : "หน่วยซีล" คนสุดท้ายในภารกิจถ้ำหลวง

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ น.ท.ไชยนันต์ พีระณรงค์ อายุ 60 ปี อดีตหน่วยซีลรุ่นที่ 11 เล่าถึงภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า และเป็นมนุษย์กบ คนสุดท้ายที่ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ยอมรับทุกนาทีอยู่บนความเสี่ยง ย้ำทุกคนคือฮีโร่

 

มาร่วมในภารกิจครั้งนี้ได้อย่างไร 

ผมเกษียณราชการแล้ว แต่อยู่ในกลุ่มไลน์ของนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล ซึ่งจะพูดคุยกับลูกศิษย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง เป็นประจำ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ทีมหมูป่าติดในถ้ำหลวง ได้ทราบข่าวว่าหน่วยซีลไปช่วยและติดตามมาโดยตลอด แรกๆ ไม่คิดว่าภารกิจดังกล่าวจะยาก คาดว่าจะนำทั้งหมดออกมาได้ภายใน 1-2 วัน แต่ผ่านไปเป็นสัปดาห์แล้วยังไม่พบ จากนั้นลูกศิษย์ได้โทรศัพท์มาสอบถามว่า ผมสะดวกที่จะเข้ามาช่วยในภารกิจนี้หรือไม่ โดยไม่ได้บอกรายละเอียด จึงตอบตกลงและเดินทางไปถ้ำหลวงทันที


ช่วยทีมหมูป่า ทุกนาทีอยู่บนความเสี่ยง

เมื่อไปถึงช่วงกลางคืนได้พูดคุยรายละเอียด และเข้าไปในถ้ำช่วงเช้า ถือเป็นภารกิจที่ยากพอสมควร เพราะไม่เคยพบเหตุการณ์ลักษณะนี้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานนาน 1 สัปดาห์ ก็แทบไม่ได้พักผ่อน เพราะทั้งคนไทย รวมทั้งชาวต่างชาติทั่วโลกจับตาและหวังว่าภารกิจนี้จะสำเร็จ ต่อมาผมได้วางแผนร่วมกับนักดำน้ำชาวต่างชาติ เพื่อเข้าไปยังจุดที่คาดว่าทั้งหมดอยู่ ขณะนั้นทีมซีลได้วางไลน์ถังอากาศไปใกล้แล้ว เหลืออีก 500 เมตรจะถึงเนินนมสาว

ผมมั่นใจว่าทั้งหมดอยู่ตรงจุดนั้น เพราะดูจากแผนที่พบว่าจุดถัดไปมีน้ำอยู่ทั้งหมด จนกระทั่งนักดำน้ำชาวอังกฤษพบว่า ทีมหมูป่าทั้ง 13 คน อยู่บริเวณเนินนมสาว ผมจึงเดินทางกลับ แต่ยังติดต่อกับซีลตลอด ซึ่งทางนั้นขอให้กลับมาช่วยอีกครั้ง

ก่อนไปตั้งอธิษฐานเลยว่าไม่เจอก็จะไม่กลับ ถือว่าได้ทำตามที่ตั้งใจไว้

หลังจากมีการอนุมัติให้นำทั้ง 13 คนออกจากถ้ำด้วยการดำน้ำ ต้องการวางแผนซักซ้อมปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย แต่ละจุดแบ่งงานในการลำเลียง ซึ่งผมอยู่ในส่วนของการลำเลียงช่วงโถง 3 มายังโถง 2 ร่วมกับทีมงานต่างชาติ ทั้งจีน ออสเตรเลีย อังกฤษ การทำงานมีความกดดันสูงมาก เพราะช่องทางเคลื่อนย้ายเด็กจำเป็นต้องดำน้ำผ่านช่องเล็กมาก บางจุดผ่านได้ทีละคน โดยให้นักดำน้ำออกมาก่อน 1 คน และใช้เชือกดึงน้องออกมาในระยะทางประมาณ 30 เมตร ท่ามกลางอันตรายจากหินและระดับน้ำในถ้ำ ซึ่งทีมงานได้เร่งสูบน้ำให้เหลือน้อยที่สุด

 

นาทีช่วย 13 ชีวิตออกจากถ้ำสำเร็จ

เด็กมีจิตใจที่พร้อมจะออกจากถ้ำ ผมเชื่อมั่นในการตัดสินใจของแพทย์ที่เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและต่างชาติ และทุกคนต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุด การลำเลียงและส่งต่อในแต่ละช่วงจะพลาดไม่ได้ เพื่อให้ทั้ง 13 คนออกมาอย่างปลอดภัย 100%


ระทึก "ซีลคนสุดท้าย" ออกจากถ้ำหลวง

ผมออกจากถ้ำหลวงเป็นคนสุดท้าย เพราะต้องดูระดับน้ำในถ้ำ ถ้าระดับน้ำขึ้น หรือมีปัญหาน้ำท่วม หลังจากหมูป่าชุดสุดท้ายออกมาหมดแล้ว ตัวเองและแพทย์ชาวไทยและต่างชาติ รอซีลอีก 3 นาย และ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน แต่ปรากฎว่าเครื่องสูบน้ำดับไป ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 50 เซนติเมตร ตัวเองแจ้งไปทางปากถ้ำ ซึ่งจะส่งช่างเข้ามาซ่อมใช้เวลาเข้าออกเป็นชั่วโมง จึงตัดสินใจให้ถอนกำลังออกมาจากโถง 3 ช่วงนั้น พ.ท.นพ.ภาคย์ และซีลชุดสุดท้ายออกมาพอดี ทุกคนจึงตะโกนบอกให้รีบออกและให้เหลือผมเป็นคนสุดท้าย เพื่อให้เช็กว่าไม่เหลือใครอยู่ในถ้ำหลังจากผม

ประมาณชั่วโมงกว่าๆ หลังจากน้องออกแล้ว ยังเหลือซีล เพราะตอนที่มีปัญหากำลังสนับสนุนยังไม่ออกมา จนกระทั่งเครื่องสูบน้ำดับ เราตัดสินใจให้ทุกคนถอนตัวออกจากโถง 3 ถ้าเผื่อน้ำเต็มพอดีคนที่จะเข้าออกต้องใช้ขวดอากาศในการหายใจ

"ซีล" กับภารกิจกดดัน-เสี่ยงชีวิต

การฝึกหนักของซีล เพราะต้องการคัดเลือกคนที่สามารถ ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเรา ตายแทนกันได้ ซึ่งหน่วยซีล ยังต้องการกำลังจำนวนมาก แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของการฝึก

บ่อยครั้งที่เพื่อนร่วมงานเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภารกิจ เราทำงานกับความเสี่ยง ไม่ว่าจะโดดร่ม หรือดำน้ำ ทุกสิ่งอยู่บนความเสี่ยง ไม่มีคำว่าผิดพลาดแล้วแก้ตัวได้ เพราะคือความสูญเสีย

ผมได้พบและทำงานร่วมกับ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อยู่ด้วยกันทุกวันและพักด้วยกัน ซึ่ง น.ต.สมาน เป็นนักทำลายใต้น้ำรุ่นหลัง เป็นคนที่มีวินัยและสมรรถนะที่ดี แข็งแรง มักจะอาสาเข้าไปทำงานทันที โดยมีภารกิจนำถังอากาศไปวางตามจุด เพื่อนำสายออกซิเจนและโทรศัพท์เข้าไปยังจุดเนินนมสาว ผมเสียใจที่จ่าแซมเสียชีวิต เพราะเป็นคนที่มีความสามารถและทุ่มเท แต่ซีลถูกฝึกมาแบบนี้ ทุกคนทำงานภายใต้ความเสี่ยง เราสูญเสีย แต่ไม่เสียกำลังใจและภารกิจต้องสำเร็จ


"ฮีโร่" ถ้ำหลวง

ผมขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ชื่นชมหน่วยซีล ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงหน่วยซีลเป็นฮีโร่ แต่ทุกฝ่ายและทุกคนที่ร่วมภารกิจคือฮีโร่ เพราะการนำเด็กออกมาครั้งนี้ ทุกฝีก้าว ทุกนาที คือความเป็นความตาย ทุกคนมีจิตใจมุ่งมั่น เป็นความรับผิดชอบของทุกคนเท่ากันหมด ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือกัน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง

 

"ครอบครัว" ส่งกำลังใจช่วยภารกิจ

ณัชชานันทร์ พีระณรงค์ พิธีกรและดีเจชื่อดัง ลูกสาวของ น.ท.ไชยนันต์ กล่าวว่า เป็นห่วงพ่อที่ไปปฏิบัติภารกิจ และเป็นห่วงทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงด้วย โดยเชื่อว่าเจ้าหน้าที่และพ่อมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติภารกิจ ซึ่งวันที่ทั้งหมดออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัยนั้น ตัวเองก็ได้ทราบข่าวพร้อมๆ กับคนไทยทั้งประเทศ เพราะพ่อไม่ได้บอกรายละเอียดระหว่างปฏิบัติงาน และรู้สึกดีใจที่พ่อได้ร่วมปฏิบัติภารกิจครั้งนี้

 

รู้สึกดีที่พ่อได้กลับไปทำงานกับพี่ๆ น้องๆ หน่วยซีล ไปเติมกำลังใจให้กัน และกัน ช่วงหลังๆ ตัวเองก็เริ่มเป็นห่วงพ่อ และทุกๆ คน เนื่องจากภารกิจยากพอสมควร เราต้องควบคุมตัวเอง พยายามไม่พิมพ์ไลน์ ไปบอกว่าพ่อเป็นห่วงนะ กลับไหม เพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่าลูกเมียที่บ้านเป็นห่วง กลัวเขากังวลและไม่เต็มที่กับภารกิจ

ณัชชานันทร์ กล่าวว่า ตัวเองเคยมีคำถามในใจว่า พ่อฝึกหนักทำไม แต่หลังจากทราบว่าพ่อและหน่วยซีลปฏิบัติภารกิจใด ก็เข้าใจเหตุผลที่ต้องฝึกหนักเพื่อรับกับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งตัวเองให้ความเคารพและมีพ่อเป็นฮีโร่ด้านภาษาอังกฤษ เพราะฝึกให้พูดภาษาอังกฤษตลอด

 

 

กลับขึ้นด้านบน