อิทธิพลฝนถล่ม เหนือ-อีสานอ่วม น้ำท่วมสูง

อิทธิพลฝนถล่ม เหนือ-อีสานอ่วม น้ำท่วมสูง

อิทธิพลฝนถล่ม เหนือ-อีสานอ่วม น้ำท่วมสูง

รูปข่าว : อิทธิพลฝนถล่ม เหนือ-อีสานอ่วม น้ำท่วมสูง

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้สัปดาห์ที่แล้ว บ้านเรือนประชาชนที่มีบ้านติดริมตลิ่งแม่น้ำสงครามที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ทรุดตัวและพังเสียหาย ขณะที่ อ.แม่สอด จ.ตาก น้ำเข้าท่วมที่พักคนงานอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนขนย้ายทรัพย์สินไม่ทัน

วันนี้ (23 ก.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถบรรทุกหลายคันทยอยนำทรายมาเทในพื้นที่ตลิ่งทรุดใน ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เพื่อให้ชาวบ้านและหน่วยงานรัฐเร่งกรอกกระสอบทรายให้ครบตามเป้าหมาย 50,000-60,000 กระสอบ ก่อนที่นำไปวางบริเวณที่ถูกกัดเซาะบ้าน 4 หลัง กินบริเวณกว่า 80 เมตร ริมตลิ่ง ซึ่งมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นเพื่อคืนพื้นที่หลังถูกกัดเซาะ

นางสุนันทา ศรีเพชร หนึ่งในบ้าน 4 หลังที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ เปิดเผยว่า การสร้างแนวป้องกันตลิ่งฝั่งตรงข้ามมีผลให้กระแสน้ำแม่น้ำสงครามไหลเชี่ยวและแรงขึ้นกว่าเดิม เมื่อปีที่แล้วเพิ่งจะซ่อมแซมประตูหน้าต่าง แต่ปีนี้กลับถูกน้ำพัดพังลงมา โดยยืนยันว่าพื้นที่บ้านหลังนี้มีโฉนดถูกต้อง และมีพื้นที่ 51 ตารางวา

นายเสถียร ทุลลี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อ.ท่าอุเทน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพยายามปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นเช่นเดิม หากพื้นที่ใดมีโฉนดก็สามารถกลับมาสร้างที่อยู่อาศัยเดิมได้ และขณะนี้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จ.นครพนม ได้ให้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท เพื่อสร้างเขื่อนแนวป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง 166 เมตร เป็นการถาวรเร็วๆ นี้ และส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อชมความงามของแม่น้ำสองสีในจุดนี้

สำหรับปัญหาน้ำไหลเชี่ยวจากแม่น้ำสาขาในเขต จ.นครพนม มีหลายพื้นที่ ส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยฝนที่ตกหนักและพายุที่พัดเข้ามาในแต่ละปี จึงทำให้ จ.นครพนม พยายามสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงถูกกัดเซาะให้พยายามแจ้งเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุทันที

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือคนงานก่อสร้าง บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ท้ายบ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก หลังฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเมยสูงขึ้น และท่วมบ้านพักคนงานที่มีผู้อาศัยกว่า 100 คน ผู้ประสบภัยบอกว่า น้ำเริ่มเข้าเมื่อเวลา 03.00 น. ทำให้ไม่สามารถเก็บทรัพย์สินได้ทัน

ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ น้ำที่ท่วมใน ต.โรงชัย อ.ไพศาลี ยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำเข้าออกหมู่บ้าน บางจุดน้ำสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านคาดว่าน้ำจะท่วมขังนานอีกกว่า 1 สัปดาห์ และหากไม่มีฝนตกมาสมทบอีก น้ำก็จะลดลง

ขณะที่ชาวบ้านป่ากล้วย หมู่ 8 ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ต้องคอยไปติดตามระดับน้ำบริเวณสะพานน้ำแม่สะเรียง หลังฝนที่ตกหนักติดต่อหลายวัน ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 6 แม่สะเรียง ประกาศเตือน เพราะระดับน้ำใกล้จุดวิกฤติ ประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำใน อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยฝ่ายปกครองทั้ง 2 อำเภอ ได้แจ้งเตือนประชาชนแล้ว

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงาน ช่วงวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้ ภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนระวังผลกระทบ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

ส่วนที่เขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 8 บาน โดยยกบานประตูขึ้นสูงสุดวันที่ 1 สิงหาคม ตามมติคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล หลังอัตราการไหลของน้ำเกิน 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นาน 3 วัน ที่สถานีวัดน้ำเอ็ม 7 สะพานเสรีประชาธิปไตย พร้อมแจ้งเตือนชุมชนที่อยู่เหนือและท้ายน้ำเขื่อนให้ระวังการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในช่วงนี้

ทั้งนี้ ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 3 จ.มุกดาหาร ระดับน้ำในแม่น้ำโขง อยู่ที่ 9.90 เมตร ลดลงจากเมื่อวาน 7 เซนติเมตร ห่างจากจุดวิกฤต 2.60 เมตร แต่ยังเตือนประชาชนที่อาศัยริมตลิ่งให้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และให้ผู้ขนสินค้าทางเรือเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากกระแสน้ำยังไหลเชี่ยว

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน