9 ศัพท์ฮิตวัยรุ่นปี 61 “หัวร้อน-บ่องต่ง-เมพขิงๆ”

9 ศัพท์ฮิตวัยรุ่นปี 61 “หัวร้อน-บ่องต่ง-เมพขิงๆ”

9 ศัพท์ฮิตวัยรุ่นปี 61 “หัวร้อน-บ่องต่ง-เมพขิงๆ”

รูปข่าว : 9 ศัพท์ฮิตวัยรุ่นปี 61 “หัวร้อน-บ่องต่ง-เมพขิงๆ”

กระทรวงวัฒนธรรมจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติปี 2561 ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี เผยผลโพล “ภาษาไทย” คำว่า “หัวร้อน-นก-โดนเท-เมพขิงๆ-เตง-อัลไล” ติดโผคำศัพท์ฮิตวัยรุ่นยุค ปี 61

วันนี้ 27 ก.ค.2561) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ากระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิตสำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชนและประชาชนต่อ “วันภาษาไทยแห่งชาติ” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,607 คนทั่วประเทศ

ผลสำรวจพบว่า เด็ก เยาวชนและประชาชน ร้อยละ 70.16 ทราบว่า วันภาษาไทยแห่งชาติตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี และร้อยละ 78.14 ทราบว่า วธ.จัดกิจกรรมในวัน “ภาษาไทยแห่งชาติ” เป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังได้สอบถามถึงปัญหาการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนที่สุด พบว่า

อันดับ 1 การพูด เพราะเป็นการสื่อสารที่ง่ายที่สุด วัยรุ่นปัจจุบันใช้ภาษาพูดแบบสั้นๆ ห้วนๆ มีศัพท์แสลงมากเกินไปและหากพูดในเรื่องสำคัญแต่ผิดเพี้ยนหรือสื่อความหมายผิด อาจส่งผลกระทบตามมาภายหลังได้

อันดับ 2 การเขียน เพราะปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์แทนการเขียนหนังสือมากขึ้นประกอบกับลายมือวัยรุ่นในปัจจุบันเขียนอ่านยากและตัวหนังสือเล็กมาก การเขียนคำและตัวสะกดมักเขียนผิดพลาดบ่อยๆ จึงควรให้เด็กฝึกคัดลายมือ ฝึกเขียนตัวบรรจง เพราะการเขียนเป็นการสื่อสารที่ชัดเจนอย่างหนึ่ง และเป็นการบันทึกช่วยจำได้อย่างดี

อันดับ 3 การอ่าน เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับเด็กภาษาไทยมีการผสมคำ มีทั้งวรรณยุกต์ ตัวสะกด อักษรควบกล้ำ เวลาเด็กอ่านจะสับสนและเกิดปัญหาอย่างมาก คนไทยอ่านหนังสือน้อยและให้เวลาในการอ่านหนังสือน้อย


นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจเกี่ยวกับคำศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมใช้ในยุคปัจจุบันหรือคำศัพท์ที่กำลังฮิตในโลกออนไลน์ ขณะนี้ ได้แก่


1. หัวร้อน หมายถึง อารมณ์ร้อน
2. นก หมายถึง วืดหรือชวด
3. อิอิ หมายถึง เสียงหัวเราะ
4. โดนเท หมายถึง โดนทิ้ง
5. เตง หมายถึง ตัวเอง
6. บ่องต่ง หมายถึง บอกตรงๆ
7. อัลไล หมายถึง อะไร
8. เมพขิงๆ หมายถึง เทพจริงๆ
และ 9. ตะมุตะมิ หมายถึง น่ารักน่าเอ็นดู

ส่วนการสำรวจความคิดเห็นว่า ตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทยภายใน 5 ปี ต้องการส่งเสริมให้คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นจากวันละ 60 นาที เป็น 90 นาทีทำได้หรือไม่ ร้อยละ 70.48 ระบุว่า ทำได้ หากภาครัฐมีมาตรการเข้มงวด ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ผลิตหนังสือให้หลากหลาย น่าอ่าน น่าสนใจ ชี้แนะให้เห็นข้อดีและคุณค่าของการอ่านและปลูกฝังให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น และร้อยละ 29.52 คิดว่า ทำไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ใช้เวลาทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ชอบเล่นโซเชียลมากกว่าอ่านหนังสือ ไม่มีใครคอยบังคับ มองว่าการอ่านหนังสือเป็นสิ่งน่าเบื่อ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ได้มีการสำรวจความคิดเห็นว่า ตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทยภายใน 5 ปี ต้องการส่งเสริมให้คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นจากวันละ 60 นาที เป็น 90 นาทีทำได้หรือไม่ ร้อยละ 70.48 ระบุว่า ทำได้

กลับขึ้นด้านบน