แผ่นดินไหวลอมบอกรุนแรงสุดในรอบ 100 ปี

แผ่นดินไหวลอมบอกรุนแรงสุดในรอบ 100 ปี

แผ่นดินไหวลอมบอกรุนแรงสุดในรอบ 100 ปี

รูปข่าว : แผ่นดินไหวลอมบอกรุนแรงสุดในรอบ 100 ปี

นักวิจัยทีมแผ่นดินไหว สกว. ระบุ แผ่นดินไหวเกาะลอมบอก อินโดนีเซีย เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปีของเกาะแห่งนี้ โดยเกิดจากการดันตัวขึ้นของแผ่นเปลือกโลก ชี้อาจเกิดดินถล่มในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้ เนื่องจากยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกอยู่ในพื้นที่

วันนี้ (31 ก.ค.2561) จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่ความลึก 10 กิโลเมตร บนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย ผศ.ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ นักวิจัยชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวตื้นและเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงแก่อาคารต่างๆ นับเป็นแผ่นดินไหวที่ใหญ่ที่สุดในช่วง 100 ปี บนเกาะแห่งนี้ 


สำหรับศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ทางตอนเหนือของเกาะลอมบอก ห่างจากภูเขาไฟรินจานีประมาณ 15 กิโลเมตร และห่างจากเมืองมาตารัมซึ่งเป็นเมืองหลักบนเกาะลอมบอกประมาณ 50 กิโลเมตร โดยจากสถิติแผ่นดินไหวในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา บริเวณรอบเกาะดังกล่าวมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า 6.0 ขึ้นไปเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นบนเกาะลอมบอก จึงไม่มีความเสียหายจากแผ่นดินไหว แต่เนื่องจากเกาะลอมบอกนั้นตั้งอยู่บริเวณแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก Flores Thrust จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้


นักวิจัย ระบุว่า ลักษณะของแผ่นดินไหวล่าสุดเกิดจากการดันตัวขึ้นของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับแผ่นดินไหวที่อาจทำให้เกิดสึนามิ เช่นเดียวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 แต่ตำแหน่งของแผ่นดินไหวในครั้งนี้มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บนเกาะมากกว่าในทะเลและขนาดแผ่นดินไหวไม่ใหญ่มาก จึงไม่ทำให้เกิดสึนามิ โดยแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก Flores Thrust เคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2535 ที่บริเวณเกาะฟลอเรส ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเกาะ ลอมบอกประมาณ 600 กิโลเมตร เหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวและสึนามิมากถึงประมาณ 2,500 คน


ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดดินถล่มภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ประการแรกคือ ความรุนแรงของการสั่นสะเทือน รวมถึงความลาดชันของชั้นดิน ประเภทของดิน สภาพความชื้นของชั้นดิน และสภาพพื้นผิวหน้าดิน โดยแผ่นดินถล่มที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยมารวมกัน เนื่องมาจากตำแหน่งศูนย์กลางแผ่นดินไหวนั้นอยู่ห่างจากภูเขาไฟรินจานีเพียงเล็กน้อย และมีอาฟเตอร์ช็อกขนาด 4.5-5.4 ที่ยังคงเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกัน จึงทำให้มีโอกาสที่จะยังเกิดดินถล่มได้อยู่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังจากนี้

ผศ.ดร.ธีรพันธ์ กล่าวว่า สำหรับความเสียหายของอาคารต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการก่อสร้างที่สร้างไม่ถูกหลักวิศวกรรม โดยเสาคอนกรีตมีหน้าตัดเล็กกว่า 20 ตารางเซนติเมตร และไม่มีเหล็กยืนหรือเหล็กปลอก จึงทำให้เกิดการพังทลายได้ง่ายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว นับเป็นอาคารที่มีโครงสร้างอ่อนแอและทำให้มีผู้เสียขีวิตทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวรวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดยเบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 14 คน อาจเนื่องมาจากแผ่นดินไหวเกิดตอนเช้า ทำให้ยังมีผู้คนอยู่ในอาคารเหล่านี้ ต่างจากกรณีแผ่นดินไหวแม่ลาวประเทศไทย ซึ่งเกิดเหตุในช่วงเย็นขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ความสูญเสียต่อชีวิตจึงมีน้อยกว่า

 

 

กลับขึ้นด้านบน