เสี่ยงแตก! เขื่อนขนาดเล็ก 8,000 แห่ง

เสี่ยงแตก! เขื่อนขนาดเล็ก 8,000 แห่ง

เสี่ยงแตก! เขื่อนขนาดเล็ก 8,000 แห่ง

รูปข่าว : เสี่ยงแตก! เขื่อนขนาดเล็ก 8,000 แห่ง

นักวิชาการห่วงเขื่อนขนาดกลางเเละเล็กกว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศเสี่ยงแตกซ้ำรอยเขื่อนเซเปียน ในประเทศลาว หลังถูกโอนย้ายให้อบต.ดูเเล กังวลไม่มีประสิทธิภาพ เริ่มพบมีรายงานการรั่วซึม ขณะที่เขื่อนลาวแตก สาเหตุจากการทรุดตัวของเขื่อน

วันนี้ (31 ก.ค.2561) เวทีจุฬาฯ เสวนา ครั้งที่ 15 เรื่อง “เขื่อนแตก เรื่องของลาวกับเรื่องของเรา” เพื่อถอดบทเรียน เเละนำเสนอองค์ความรู้หลังเกิดกรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่แขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างเเตก ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิตเเละผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางการลาวคาดว่าสาเหตุที่ทำให้เขื่อนเเตกนั้นเกิดจากความบกพร่องระหว่างการก่อสร้าง

รศ.ฐิรวัตร บุญญะฐี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เขื่อนเเบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ เขื่อนคอนกรีตใช้น้ำหนักตัวเองต้านเเรงดันน้ำ ส่วนใหญ่เป็นพื้นหินเเข็ง เช่นเขื่อนเเม่มาว เขื่อนคอนกรีตที่มีความหนาแน่น  เขื่อนคอนกรีตบาง เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนดิน ซึ่งน้ำหนักเบากว่าคอนกรีต เช่น เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนเเก่งกระจาน โดยเเต่ละเขื่อนสร้างตามสภาพเเวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ

 

 

ส่วนเขื่อนในลาว ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบเขื่อนดิน เช่นเขื่อนเซเปียน- เซน้ำน้อยที่เเตก เมื่อมองสภาพเเวดล้อมพบว่า บริเวณดังกล่าวมี 2 เขื่อนใหญ่คือเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย เเละมีเขื่อนเล็ก ซึ่งเป็นเขื่อนปิดช่องเขา 5 เขื่อน ซึ่งเขื่อนที่เเตกครั้งนี้เป็น 1 ใน 5 เขื่อนเล็ก โดยสาเหตุที่เเตก เบื้องต้นคาดว่า มีการวางระบบระบายช่องทางน้ำล้นไม่ดีพอ

ขณะที่เขื่อนไม่มีความเเข็งเเรงมากพอกับการรับน้ำหนักของน้ำ อาจจะประมาทในการประเมินวัสดุที่นำมาสร้างเขื่อน เช่น ดินไม่มีความหนาเเน่น การบดอัดดินไม่เพียงพอทำให้ดินยุบตัวระหว่างการเติมน้ำ ประเมินการไหลซึมผ่านตัวเขื่อนเเละใต้เขื่อนไม่ถูกต้องหรือออกเเบบไม่เหมาะสม การฉีดอัดน้ำปูนให้ชั้นดินไม่เพียงพอ ส่วนปัจจัยอื่นๆเช่นความไม่เเน่นอนของธรรมชาติ ขณะเดียวกันอาจมีระบบการจัดการความเสี่ยงที่ไม่ดีพอ

 

ภาพ : ABC Laos news

ภาพ : ABC Laos news

"คาดดินทรุดตัว"สาเหตุเขื่อนเซเปียนแตก 

เนื่องจากมีข้อมูลว่า บริษัทเกาหลีซึ่งเป็นผู้ร่วมสร้างเขื่อนได้รายงานต่อสภาของเกาหลีว่าเขื่อนดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดลองเติมน้ำ หลังสร้างเสร็จก่อนกำหนด 5 เดือนในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนที่เขื่อนจะเเตก 4 วันมีดินทรุดตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตั้งเเต่ขนาด 11 ซม.จนกว้างขึ้นเป็น 1 เมตร จากข้อมูลนี้ จะเห็นได้ว่ามีการรู้ตัวก่อน เเต่มีการเเจ้งเตือนเพียง 1 วันก่อนที่เขื่อนจะเเตกเท่านั้น

ด้านผศ.อนุรักษ์ ศรีอริยวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หลายฝ่ายอาจจะมองว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเขื่อนเเตกนั้น คือการเปลี่ยนเเปลงสภาพอากาศโลก เเต่ตนมองว่าหากเป็นสาเหตุดังกล่าวจะทำให้หลายเขื่อนเเตกไปแล้ว สาเหตุหลักที่ทำให้เขื่อนเล็กเเตกในครั้งนี้เกิดจาก น้ำล้นตัวสันเขื่อน ตัวเขื่อนทรุดตัวลงเนื่องจากฐานรากไม่ดี เเละเกิดการสไลด์ตัวของชั้นดิน ส่วนข้อมูลที่มีความผิดพลาดว่าจากเขื่อนเเตก ทำให้มีน้ำบ่าลงมา 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เเต่ความจริงเขื่อนมีความจุเก็บกักได้เเค่ 1,000 ล้านลูกบาศก์ จึงคาดว่าน่าจะเป็นน้ำบ่าประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

 

 

ขณะที่หากเทียบเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อยในไทย ถือเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งในไทย มีเขื่อนขนาดใหญ่ประมาณ 34 เขื่อน ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูเเลเขื่อนทั้งหมดมากขึ้น หากจะเกิดเขื่อนเเตกในไทย ความกังวลน่าจะเป็นเขื่อนขนาดกลาง เเละเขื่อนขนาดเล็กที่มีกว่า 800 เขื่อน และ 8,000 เขื่อนตามลำดับ เพราะมองว่ามีการดูเเลน้อย ที่ผ่านมามีการรายงานว่าพบการรั่วซึมของน้ำมากกว่าปกติ

ขณะเดียวกันเขื่อนขนาดเล็ก ที่อยู่ภายใต้การปกครองของ อบต.จากการโอนย้ายของกรมชลประทาน จนตั้งข้อสังเกตว่า อบต.จะมีศักยภาพวนการดูเเลเขื่อนได้หรือไม่หากเขื่อนเเตกขึ้นมา หลังเกิดเหตุการณ์นี้หลายคนอาจจะให้หยุดสร้างเขื่อนเพื่อตัดต้นตอปัญหา เเต่มองว่าอาจจะหยุดไม่ได้ เพราะเขื่อนในไทยส่วนใหญ่สร้างขึ้น เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงน้ำเเล้ง ส่วนเรื่องป้องกันน้ำท่วมได้เเค่ร้อยละ 10 เท่านั้น เเต่ถึงอย่างไรก็ต้องรองรับสถานการณ์ในอนาคตที่เปลี่ยนเเปลงไป

 

 

สุดท้ายบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ฝากสำนักงานทรัพยากรน้ำเเห่งชาติ (สทนช.)เเละหน่วยงานภาครัฐว่าควรมีข้อมูลระยะยาว คาดการณ์สภาพอากาศใน 30 ปีข้างหน้าครอบคลุมทั้งประเทศเเละเผยเเพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาหาข้อมูลได้ยากมาก

ขณะที่รศ.กุลยศ อุดมวงศ์เสรี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย เเตกในลาว ส่งผลกระทบด้านพลังงานของไทยน้อยมาก เดิมจะผลิตกำลังไฟฟ้ากว่า 3,931 เมกะวัตต์เเละส่งให้ไทยในเดือนก.พ.2562 เนื่องจากไทยมีการนำเข้ากระเเสไฟฟ้าจากลาว โดยรวมทั้งหมดไม่มากประมาณ 4,000 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ไทยยังมีสัดส่วนการสำรองไฟฟ้าสูงจากอีกหลายประเทศ เเต่หากสถานการณ์จะน่าห่วงคงเป็นหลังปี 2567 เนื่องจากช่วงนั้นมีหลายประเทศมีเเผนสร้างโรงงานไฟฟ้าน้อยมาก
 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ระทึก ! เขื่อนเซเปียนแตก อพยพ 4,000 ครอบครัวหนีตาย

 

 

กลับขึ้นด้านบน