กวาดล้างทุจริต "เงินทอนวัด" ส่งผลดัชนีคอร์รัปชันดีขึ้น

กวาดล้างทุจริต "เงินทอนวัด" ส่งผลดัชนีคอร์รัปชันดีขึ้น

กวาดล้างทุจริต "เงินทอนวัด" ส่งผลดัชนีคอร์รัปชันดีขึ้น

รูปข่าว : กวาดล้างทุจริต "เงินทอนวัด" ส่งผลดัชนีคอร์รัปชันดีขึ้น

หลังรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับปัญหาทุจริตเงินทอนวัด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ส่งผลให้สถานการณ์คอร์รัปชันไทยโดยรวมดีขึ้นแตะระดับ 55 และแนวโน้มจะดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ยังพบการให้สินบน ของกำนัล หรือรางวัลต่างๆ

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (CSI) เดือนมิถุนายน 2561 จาก 2,400 ตัวอย่าง พบว่า ค่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย อยู่ที่ระดับ 55 เพิ่มจากเดือนธันวาคม 2560 ที่ระดับ 52 สะท้อนว่าสถานการณ์คอร์รัปชันมีปัญหาลดน้อยลง และแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชันมีทิศทางดีขึ้น แต่ดัชนีความรุนแรงของการคอร์รัปชันเดือนมิถุนายน อยู่ที่ 48 ยังต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่า ประชาชนยังต้องการเห็นการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 19.6 เห็นว่า เพราะความยุ่งยากของขั้นตอนราชการ และกฎหมายเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจ ขณะที่รูปแบบการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด คือ การให้สินบน ของกำนัล และการทุจริตเชิงนโยบายโดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มองว่า ถ้าหากคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) สามารถแก้ไขปัญหาทุจริตลดลงได้จะทำให้อันดับดัชนีคอร์รัปชันของไทยดีขึ้น รวมถึงการเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งจริงในปีหน้าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ

ขณะที่ ผศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ค่าดัชนีคอร์รัปชันดีขึ้น เพราะรัฐบาลมีการแก้ไขปัญหาและปราบปรามเงินทอนวัด ทำให้ประชาชนเห็นว่ามีการแก้ปัญหาจริง แต่ก็ยังต้องการเห็นการปราบปรามทุจริตอย่างต่อเนื่อง

 

 

กลับขึ้นด้านบน