33 ปีเบื้องหลังทวงคืน "เกาะปอดะ" จ.กระบี่

33 ปีเบื้องหลังทวงคืน "เกาะปอดะ" จ.กระบี่

33 ปีเบื้องหลังทวงคืน "เกาะปอดะ" จ.กระบี่

รูปข่าว : 33 ปีเบื้องหลังทวงคืน "เกาะปอดะ" จ.กระบี่

ไทยพีบีเอสออนไลน์ รวบรวมคดีทวงคืนที่ดินเกาะปอดะ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กับนายชวน ภูเก้าล้วน เอกชนที่เข้ามาอ้างการครอบครองทีดินในเขตเกาะปอดะ จำนวน 71 ไร่ การต่อสู้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2528-2561 รวมระยะเวลาเกือบ 33 ปี 

ลำดับเหตุการณ์คดีทวงคืนเกาะปอดะ 

5 ต.ค.2528 ได้มีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณเกาะปอดะ หมู่ที่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง  จ.กระบี่ ตรวจพบชาวบ้าน2 คน ชื่อนายโหรบ ชำนินา และนางมิอะ ชำนินา ภรรยา ให้การว่า ได้ครอบครองที่ดินเกาะปอดะ โดยมีหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) เลขที่ 750, 757, 758 และ 759 ซึ่งได้ขายที่ดินทั้งหมดให้กับ นายชวน ภูเก้าล้วน

ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้มีคำสั่งที่ 11/2532 เรื่อง แต่งตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งอนุกรรมการฯ มีมติให้กรมป่าไม้ประสานงานผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ขอให้เพิกถอน น.ส. 3ก ทั้ง 4 ฉบับ ตามนัยมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ปรากฏว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ไม่สั่งเพิกถอน


26 ส.ค.2536 กรมป่าไม้ ขอให้อัยการจังหวัดกระบี่ จัดพนักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง เพื่อเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) เลขที่ 750, 757, 758 และ 759 ปรากฏตามคำฟ้องศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 24 เมษายน 2543


30 ธ.ค.2546 ศาลจังหวัดกระบี่ มีคำพิพากษาความแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ 276/2543 คดีหมายเลขแดงที่ 852/2546 คดีหมายเลขดำที่ 501/2545 คดีหมายเลขแดงที่ 853/2546 ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) เลขที่ 750, 757, 758 และ 759 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ กับให้ขับไล่จำเลย (นายชวน ภูเก้าล้วน) และบริวารออกไป พร้อมให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินดังกล่าว

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษาความแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ 196-197/2547 คดีหมายเลขแดงที่ 2948-2949/2549 พิพากษายืน

30 ธ.ค. 2554 ศาลฎีกา มีคำพิพากษาความแพ่ง (คดีข้อ 4) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554 ที่ 11431-11432/2554 พิพากษายืน

17 ม.ค. 2556 สำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ มีหนังสือ ที่ กบ 0020.5/1352 แจ้งว่า ได้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) เลขที่ 750,757,758 และ 759เรียบร้อยแล้ว


20-21 ก.พ.2557 ทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บนเกาะปอดะ หมู่ที่ 2 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ตามหมายบังคับคดีที่ 90/2556 ศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 27ก.พ. 2556

สำหรับที่ดินบนเกาะปอดะ ส่วนที่อยู่นอกเขตพื้นที่ ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา นายชวน ภูเก้าล้วน ได้ดำเนินการกั้นรั้วลวดหนามและก่อสร้างศาลาเหลี่ยม โดยอ้างสิทธิ์ตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค. 1) เลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี ได้ดำเนินการกล่าวโทษตามคดีอาญาที่ 120/2557 และ 146/2557 รวม 2 คดี

และดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดกระบี่ มีคำพิพากษาความอาญา เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2560 ตามคดีหมายเลขดำที่ 1088/2559 คดีหมายเลขแดงที่ 1843/2560 พิพากษายกฟ้อง จำเลย (นายชวน ภูเก้าล้วน

นายชวน ภูเก้าล้วน เป็นโจทก์ ฟ้องความแพ่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ 1 นายนิพนธ์ โชติบาล ที่ 2 นายไชยธัช บุญภูพันธ์ตันติ ที่ 3 จำเลย ซึ่งศาลจังหวัดกระบี่ มีคำพิพากษาความแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ พ.115/2558 คดีหมายเลขแดงที่ พ 525/2560 พิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาก ตามเอกสารหมาย จล. 1 ของโจทก์ เกาะปอดะ  และให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันรื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินแปลงดังกล่าวของโจทก์


12 ก.พ. 2561 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษาความอาญา นายชวน ภูเก้าล้วน ได้ดำเนินการกั้นรั้วลวดหนามและก่อสร้างศาลาเหลี่ยม โดยอ้างสิทธิ์ตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค. 1) ตามคดีหมาย เลขดำที่ สวอ. 4 – 5/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 391 – 392/2561 พิพากษากลับเป็นว่า จำคุกจำเลย (นายชวน ภูเก้าล้วน) 3 ปี 6 เดือน ให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยออกไปจากที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ

16 ส.ค.2561 ศาลจังหวัดกระบี่ นัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ความแพ่ง (คดีข้อ 10) ตามคดีหมายเลขดำที่ 195/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 1565/2561  พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความรวม 500,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีรวม 400,000 บาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

กรมอุทยานฯ พลิกชนะคดีแพ่งอุทธรณ์ทวงคืน “เกาะปอดะ” กระบี่

 

กลับขึ้นด้านบน